การเดินทางไปประกาศในที่ต่างๆ ของสาวกในยุคกิจการ เป็นภาพต้นแบบของงานมิชชั่นในปัจจุบัน ที่มีมิชชันนารีจำนวนมากที่ออกไปประกาศในที่ต่างๆ ทั่วโลก แม้ว่าจะมาจากที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ “การประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์”

Q1  ก่อนที่บารนาบัส และเซาโล (ชื่อเก่าของเปาโล) จะถูกส่งออกไปประกาศกับคนต่างชาติ คริสตจักรที่เมืองอันทิโอกได้กระทำสิ่งใดบ้าง? ทำไมจึงต้องทำเช่นนั้นด้วย?
Q2 คุณเป็นคนหนึ่งไหมที่พระเจ้าเคยสำแดงให้รู้ว่า พระองค์จะส่งคุณออกไปในฐานะของมิชชันนารี ถ้าใช่ อธิษฐานขอพระเจ้าทรงรักษานิมิตนี้ไว้จนถึงวันที่คุณพร้อม / ถ้าไม่ใช่อธิษฐานเผื่อมิชชันนารีที่คุณรู้จัก

โรม 10:17 กล่าวไว้ว่า “ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์” พี่น้องคริสเตียนที่เผชิญกันกับการข่มเหงได้กระจัดจายออกจากกรุงเยรูซาเล็ม บางกลุ่มได้หนีไปยังหัวเมืองของคนยิว (ข้อ 19) บางกลุ่มได้หนีไปยังหัวเมืองของคนต่างชาติ (ข้อ 20) แต่สิ่งที่พวกเขาทำเหมือนกันคือ ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์

Q1 จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ (ข้อ 19-20) สิ่งที่เกิดตามมาคืออะไร? (ข้อ 21, 23-24, 26, 29)
Q2 คุณอยากจะให้พระเจ้าสร้างจุดเริ่มต้นอะไรในชีวิตของคุณ อธิษฐานมอบสิ่งนั้นไว้กับพระองค์

ในความเชื่อของคนยิว พวกเขามีความภาคภูมิใจในการเป็นชนชาติของพระเจ้า และเชื่อว่าความรอดที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้นั้น มีไว้สำหรับคนยิวเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนต่างชาติ แต่ในพระคัมภีร์ตอนนี้เปโตร ซึ่งเป็นหัวหน้าของอัครทูต 12 คน แต่ถูกเรียกกลับมาเพื่ออธิบายให้กับคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มเกี่ยวกับการที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการประกาศกับคนต่างชาติ

Q1  เปโตรได้ให้เหตุผลอะไรกับพี่น้องที่คริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มถึงการที่เขาประกาศกับคนต่างชาติ? (มีเหตุผลอย่างน้อย 5 ประการด้วยกัน – ดูข้อ 5-10, 11-13, 15-18)
Q2 เปโตรเลือกที่จะเชื่อฟังพระเจ้าในการประกาศข่าวประเสริฐมากกว่าความเชื่อของมนุษย์ที่สืบต่อกันมา สำหรับตัวคุณเอง อะไรเป็นอุปสรรคในการประกาศข่าวประเสริฐกับผู้อื่น? การเลือกของเปโตร หนุนใจคุณอย่างไรในการประกาศข่าวประเสริฐ

มีผู้คนมากมายในสังคมที่เผชิญกับความเหงา ความว้าเหว่ อยู่ตัวคนเดียว จนกลายเป็นความกดดัน ความเครียดจนสมองสั่งการให้ล็อคขังตัวเองด้วยโซ่ตรวนออกจากโลกแห่งความเป็นจริง กลายเป็นคนที่ไม่รับรู้โลกภายนอก มีโลกของตัวเอง และสังคมเรียกคนเหล่านี้ว่า “คนสติไม่ดี” หรือ “คนบ้า”

Q1  ชายที่ถูกผีสิงในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ถูกผีควบคุม 24 ชั่วโมง ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลย เพียงแต่เขาไม่สามารถอาศัยอยู่กับสังคม กับครอบครัวของเขาอย่างปกติได้ เพราะเวลาที่ถูกผีสิง เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้คนรอบตัวเขาจะพยายามช่วยก็ตาม – มัดด้วยโซ่ตรวน (ข้อ 3-4) คุณคิดว่า เวลาที่ชายคนนี้ไม่ได้ถูกผีสิง เขาจะอยู่อย่างเหงาหงอย และว้าเหว่มากน้อยเพียงใด?
Q2 คุณมีญาติ หรือคนที่คุณรัก มีปัญหาด้านจิตใจ ขังตัวเองด้วยโซ่ตรวนทางความคิด อย่าปล่อยให้คนเหล่านั้นต่อสู้ชีวิตเพียงคนเดียว หาเวลาไปเยี่ยม พูดคุย ให้กำลังใจ พาไปพบแพทย์ และอธิษฐานเผื่อ

รูปร่างหน้าตาของเรา ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้เรานั้นต้องปลีกตัวเองออกมาจากสังคม อยู่กับความเหงา และว้าเหว่ เพราะการรู้สึกว่ามีปมด้อยในเรื่องของรูปร่างหน้าตา ทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง และยิ่งสังคมปัจจุบันให้ความสำคัญกับความสวยงาม ความสมบูรณ์แบบ ยิ่งทำให้คนเป็นจำนวนมากมีชีวิตที่ว้าเหว่มากขึ้น

Q1 ศักเคียสแม้จะมีหน้าที่การงานที่ดีและฐานะที่ร่ำรวย (ข้อ 2) แต่ปมด้อยที่เขามีคือ การเป็นคนตัวเตี้ย (ข้อ 3) และถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนบาป (ข้อ 7) คุณคิดว่า ชีวิตของศักเคียสที่อาจจะมีคนพูดจาดีต่อหน้า แต่ลับหลังล้อเลียน ประณามและต่อว่า จะมีชีวิตที่เหงาและว้าเหว่แค่ไหน?
Q2 อธิษฐานขอพระเจ้าช่วยเหลือคุณที่จะไม่มีส่วนทำให้คนอื่นต้องเหงา และว้าเหว่ด้วยคำพูดล้อเลียนในเรื่องปมด้อยของคนอื่น

5210/5894