การติดตามพระเจ้าไม่ได้เป็นการติดตามแบบไม่มีเหตุผล ไม่มีความคิด ในทางตรงกันข้ามเปาโลเรียกร้องให้พี่น้องที่เมืองฟีลิปปีเลียนแบบชีวิตของท่าน โดยเฉพาะในการติดตามพระเจ้าอย่างมีเหตุผล ใช้ความคิด และเป็นการคิดแบบใคร่ครวญเสียด้วย

Q1  การที่เปาโลบอกให้ “ใคร่ครวญ” (ข้อ 8) ก่อนที่จะ “กระทำ” (ข้อ 9) มีนัยสำคัญอย่างไรต่อการดำเนินชีวิตคริสเตียน?
Q2  คุณใช้เวลาส่วนตัวในการใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้ามากน้อยแค่ไหน ก่อนดำเนินชีวิตแต่ละวัน?

แทบไม่น่าเชื่อว่า เปาโลจะบอกให้พี่น้องที่เมืองฟีลิปปีว่า “จงชื่นชมยินดีเถิด” ในขณะที่ท่านกำลังติดคุกอยู่ เปาโลได้แสดงให้เห็นผ่านชีวิตของท่านว่า ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตแห่งความชื่นชมยินดี ไม่ว่าสถานการณ์รอบๆ ข้างจะเป็นอย่างไรก็ตาม

Q1  อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เปาโลมีชีวิตแห่งความชื่นชมยินดีอยู่เสมอ?
Q2  เปาโลมองประสบการณ์ที่ทุกข์ยากลำบากในชีวิต เป็นโอกาสที่จะได้รับสันติสุขของพระเจ้า ผ่านการอธิษฐาน คุณจะนำมุมมองของเปาโลไปใช้ในชีวิตของคุณอย่างไร?

ปลาเป็นสัตว์ที่ว่ายทวนน้ำ เพราะนั่นคือธรรมชาติของมัน ซึ่งบ่งบอกว่ามันยังมีชีวิตอยู่ หากเมื่อไหร่มันปล่อยตัวไปตามกระแสน้ำ ก็เปรียบ เป็นปลาที่ตายแล้ว การดำเนินชีวิตคริสเตียนก็เช่นกัน เราจะต้องว่ายทวนกระแสค่านิยมของสังคมที่มุ่งเน้นเรื่องของวัตถุนิยม ความฟุ้งเฟ้อ และการดำเนินชีวิตตามใจตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากหลักคำสอนในพระคัมภีร์ ซึ่งเปาโลเรียกคนที่ดำเนินชีวิตตามอย่างโลกนี้อย่างรุนแรงว่า “เป็นศัตรูต่อกางเขนของพระคริสต์” (ข้อ 18)

Q1  เปาโลบอกถึงปลายทางของคนที่ดำเนินชีวิตแบบตามใจตัวเอง และตามแบบอย่างของพระคริสต์อย่างไร?
Q2  ในชีวิตของคุณ คุณให้พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าในชีวิตของคุณ หรือคุณให้กระเพาะ (ความอยาก / ความต้องการของตัวเอง) เป็นพระเจ้าในชีวิตของคุณ?

ในวงการกีฬามีคำกล่าวไว้ว่า “การเป็นแชมป์ไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่เรื่องที่ยากกว่าคือ การรักษาแชมป์”เช่นเดียวกับการเป็นคริสเตียน ที่เราไม่ต้องเสียอะไรเลยในการเป็นคริสเตียน แต่เราอาจจะต้องยอมสูญเสียทุกสิ่งเพื่อรักษาการดำเนินแบบชีวิตคริสเตียน และยืนหยัดอยู่ในความเชื่อ ซึ่งถ้าอาศัยสติปัญญาและกำลังของตัวเราเอง คงจะเป็นไปได้

Q1  ดูเหมือนว่า เปาโลเองก็ใช้กำลังของท่านเองในการรักษาความเชื่อและการดำเนินชีวิตคริสเตียน เพราะท่านใช้คำว่า “ลืมสิ่งที่ผ่านมา” “บากบั่นมุ่งไป” “โน้มตัวไปข้างหน้า” “ฉวยไว้เป็นของตน” แต่จากประโยคที่ว่า “อย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้เป็นของพระองค์” และ “ได้ทรงเรียกจากเบื้องบนให้เราไปรับ” สะท้อนให้เห็นว่า พระเยซูคริสต์มีส่วนในชีวิตที่เติบโตของเปาโลอย่างไร?
Q2  จากข้อ 16 ที่ว่า “แต่เราได้แค่ไหนแล้ว ก็ให้เราดำเนินตรงตามนั้นต่อไป” ในเส้นทางชีวิตแห่งความเชื่อของคุณ คุณอยู่ใกล้หรือไกลจากเส้นชัยมากน้อยแค่ไหน?

ดูเหมือนว่าในเมืองฟีลิปปีจะมีคำสอนผิดของกลุ่มที่เรียกกันว่า “พวกถือธรรมเนียมยิว” (Judaizers) โดยคนพวกนี้กลับใจเชื่อต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด แต่พยายามที่จะสอดแทรกคำสอนของพวกยิวเข้าไปด้วย โดยสอนว่า นอกจากจะรอดด้วยการเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว จะต้องถือธรรมเนียมปฏิบัติของคนยิวด้วย โดยเฉพาะการเข้าสุหนัต (ข้อ 2) และสอนว่าการที่เป็นคนยิวและเป็นคริสเตียนนั้นพิเศษว่าคนต่างชาติที่เป็นคริสเตียน ซึ่งเปาโลได้ตอบโต้คนกลุ่มนี้อย่างรุนแรงและตรงไปตรงมาว่า เป็นพวกสุนัข และคนที่ทำชั่ว

Q1  คุณคิดว่า ทำไมเปาโลจึงบอกว่าเนื้อหนังที่ท่านมี (ข้อ 5-6) เป็นเหมือนสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เป็นเหมือนหยากเยื่อ (ข้อ 8) เมื่อเทียบกับการรู้จักกับพระเยซูคริสต์?
Q2  เปาโลอยากรู้จักกับพระเยซูคริสต์ มีประสบการณ์ในฤทธิ์เดช และร่วมทุกข์กับพระเยซูคริสต์ในทุกๆ ด้าน และตัวคุณอยากรู้จักพระเยซูคริสต์ในด้านใดบ้าง? อธิษฐานทูลขอกับพระองค์

5055/5895