โบอาสได้แต่งงานกับนางรูธถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณี ต่อหน้ามนุษย์ และต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า สิ่งที่ตามมาคือ ความสุขและความชื่นชมยินดีทั้งต่อผู้ที่ตายไปแล้ว (ข้อ 10) และผู้ที่ยังมีมีชีวิตอยู่ (ข้อ 14 –15)

Q1 โอเบดเป็นบิดาของเจสซี และเจสซีเป็นบิดาของดาวิด และคุณรู้ไหมว่า ดาวิดต้นตระกูลของใคร? (ดูมัทธิว 1:1 ประกอบ)
Q2 ความสุขและความชื่นชมยินดีของคนจำนวนมากมายเกิดจากการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องของโบอาส นางรูธ และนางนาโอมี คุณจะมีชีวิตที่เหมือนทั้ง 3 คน ได้อย่างไร?

คนเรามักจะไม่ชอบ “การรอคอย” เพราะเรามักจะคาดหวังบางอย่างในการรอคอยนั้น และแน่นอนนั่นย่อมหมายถึงความกังวล ความหวาดกลัวสำหรับคำตอบที่จะมีมา แต่ในฐานะของคริสเตียน การรอคอย คือ บทเรียนหนึ่งในการไว้วางใจพระเจ้าในทุกๆ กรณี

Q1 สิ่งที่นาโอมีบอกให้รูธไปทำ (ข้อ 2-4) เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนยิวที่จะให้ญาติที่สนิทที่สุดรับภรรยาของญาติที่เสียชีวิตที่ไม่มีผู้สืบทอดตระกูล เพื่อให้กำเนิดบุตรชาย และให้บุตรชายนั้นสืบทอดตระกูลของผู้ตายไปแล้ว (นางรูธ 4:10) แต่โบอาสก็ไม่ได้ฉวยโอกาสในเวลานั้น แต่กลับให้นางรูธและนาโอมีรอคอย เพราะเหตุใด?
Q2 นางรูธและนางนาโอมีได้ทำในสิ่งที่พวกเธอต้องทำ และกำลังรอคอยด้วยความเชื่อว่า โบอาสจะทำทุกอย่างให้เสร็จในวันนั้น (ข้อ 18) คุณกำลังรอคอยอะไรอยู่หรือเปล่า และคุณให้พระเจ้ามีส่วนในการรอคอยเรื่องนั้นอย่างไร?

ความดีงามของพระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความรักของพระองค์เป็นของใหม่เสมอในทุกเวลาเช้า ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงพระลักษณะของพระเจ้าได้ แม้แต่ความคิด และประสบการณ์ชีวิตของเรา

Q1 จากคำพูดของนาโอมีถึงพระเจ้าในข้อ 20 กับคำพูดของเธอที่พูดถึงพระเจ้าในบทที่ 1 ข้อ 20-21 มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คุณคิดว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มุมมองต่อพระเจ้าของนางนาโอมีเปลี่ยนไป?
Q2 “พระกรุณาของพระองค์ไม่เคยขาดจากผู้ที่มีชีวิตอยู่หรือผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว” หนุนใจคุณอย่างไรในการยึดมั่นในความเชื่อ ในความรักของพระเจ้า แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหรือเรื่องราวที่คุณไม่เข้าใจก็ตาม?

สำหรับเราที่เป็นคริสเตียน เป็นผู้ที่เชื่อในพระเจ้า เราไม่เชื่อในเรื่องของโชคชะตา หรือการบังเอิญ แต่เราเชื่อว่า เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้นอยู่ในการครอบครอง และการดูแลของพระเจ้า เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า เป็นแผนการของพระเจ้า โดยที่มีเราเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในน้ำพระทัยและแผนการของพระองค์ในเรื่องนั้นๆ

Q1 การที่นางนาโอมีและนางรูธกลับไปถึงแผ่นดินอิสราเอลในช่วงฤดูเกี่ยวข้าว (1:22) เผอิญเข้าไปในที่นาของโบอาส ตระกูลเดียวกับเอลีเมเลค (ข้อ 3) โบอาสสนใจไตร่ถาม (ข้อ 5) โบอาสอนุญาต (ข้อ 8) โบอาสรู้เรื่องราวของนางรูธค่อนข้างละเอียด (ข้อ 11-12) คุณคิดว่า เป็นเรื่องบังเอิญหรือแผนการของพระเจ้า? (อ่านข้อ 12 ประกอบสำหรับการตอบคำถาม)
Q2 ลองทบทวนดูว่า คุณมาเชื่อในพระเยซูคริสต์ได้อย่างไร? เป็นเหตุการณ์บังเอิญหรือแผนการของพระเจ้า?

ความขมขื่นเป็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในจากปัญหาต่างๆ ที่มีเข้ามาในชีวิต และค่อยๆ สะสมทีละเล็กละน้อยจนกลายเป็นเหมือนกับหนามใหญ่ในชีวิต ความขมขื่นทำให้เรามองเห็นปัญหาต่างๆ เพียงมุมมองเดียว คือ นี่เป็นการลงโทษที่มาจากพระเจ้า พระเจ้าทรงทอดทิ้งเราเสียแล้ว

Q1 คุณคิดอย่างไร กับข้อสรุปของนาโอมี ที่สรุปว่า พระเจ้าทรงกระทำกับเธออย่างขมขื่น จนถึงขนาดที่จะเปลี่ยนชื่อจาก นาโอมี (แปลว่า สุขสบาย) เป็นมารา (แปลว่า ขมขื่น)?
Q2 “เมื่อฉันจากเมืองนี้ไป ฉันมีทุกอย่างครบบริบูรณ์ พระเจ้าทรงพาฉันกลับมาตัวเปล่า” นาโอมีขมขื่นใจ เพราะมองแค่ผลที่เกิดขึ้น (บริบูรณ์-ตัวเปล่า) จนมองไม่เห็นว่าพระเจ้าไม่ได้เยี่ยมเยียนอิสราเอลเท่านั้น (ข้อ 6) แต่พระองค์ทรงเยี่ยมเยียนนาโอมีแบบส่วนตัว – “พระเจ้าพาเธอกลับมา” พระเจ้าเยี่ยมเยียนชีวิตของคุณอย่างไรบ้าง?

5220/5894