วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม อพยพ 18:13-27 “ร่วมด้วยช่วยกัน”
การเป็นผู้นำ และการดูแล บริหารจัดการชนชาติอิสราเอลที่มีจำนวนเกือบสองล้านคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โมเสสเองก็ยุ่งมากในทุกๆ วัน เนื่องจากทุกเรื่องที่เกิดขึ้น โมเสสจะต้องเป็นผู้ตัดสิน โดยเฉพาะในการตัดสินคดีความต่างๆ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางประชาชน แต่ขอบคุณพระเจ้าสำหรับคำแนะนำจากเยโธรผู้เป็นพ่อตา
Q1 การที่โมเสสยอมฟังเสียงของเยโธรผู้เป็นพ่อตา และการยอมกระจายอำนาจการตัดสินใจออกไปให้ผู้นำอื่นๆ ได้มีส่วนร่วมในการปกครอง และพิจารณาคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่แท้จริงของโมเสสอย่างไร?
Q2 งานรับใช้ในคริสตจักรก็เช่นกัน เราไม่สามารถผลักภาระทั้งหมดไว้ที่ศิษยาภิบาล หรือ คณะมัคนายกเท่านั้น แต่เราทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมช่วยเหลือกัน เพื่อให้พันธกิจของพระเจ้าสำเร็จผ่านคริสตจักรพระคุณของเรา ใช้เวลานี้อธิษฐานเผื่อผู้นำคริสตจักร
วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม อพยพ 15:1-21 “บทเพลงของโมเสส”
หลังเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงช่วยกู้ชนชาติอิสราเอลจากกองทัพของอียิปต์ ด้วยการให้น้ำทะเลที่แยกออกไหลกลับสู่สภาพปกติ และท่วมทำลายกองทัพของอียิปต์ทั้งหมด โมเสสได้ร้องบทเพลงร่วมกับชนชาติอิสราเอลถวายแด่พระเจ้า
Q1 ในอดีตพระเจ้า พยายามที่จะเปิดเผยพระองค์เองให้กับโมเสสได้รู้จัก แต่มาวันนี้โมเสสเองกลับร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าด้วยการบรรยายถึงพระลักษณะของพระเจ้า ลองค้นดูว่า โมเสสรู้จักพระเจ้าในพระลักษณะใดบ้าง
Q2 ถ้าคุณต้องเลือกเพลงสักเพลงหนึ่ง เพื่อบรรยายถึงพระเจ้าที่คุณรู้จัก คุณจะเลือกเพลงอะไร (ถ้าคุณร้องเพลงนั้นได้ ใช้เวลานี้นมัสการพระเจ้าเป็นการส่วนตัว)
วันพฤหัสที่ 29 มีนาคม อพยพ 6:28-30; 7:1-6 “ทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชา”
แม้ว่า โมเสสจะมั่นใจว่า พระเจ้าทรงเรียกเขามาเป็นผู้นำชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์ และทุกครั้งที่ต้องไปพูดกับฟาโรห์ โมเสสก็ยังมีข้อบ่ายเบี่ยงว่า ตนเองพูดไม่แก่ง นอกจากนี้อีกสาเหตุหนึ่งที่โมเสสไม่อยากไปบอกฟาโรห์ เพราะรู้ว่า ฟาโรห์จะไม่ฟังเสียงเขา เนื่องจากพระเจ้าบอกกับโมเสสว่า พระองค์จะทำให้ฟาโรห์ใจแข็งกระด้าง และไม่ฟังสิ่งที่โมเสสบอก
Q1 แม้ว่าโมเสสจะรู้ว่า คำตอบที่จะได้รับจากฟาโรห์คือ “ไม่ปล่อย” แต่พระคัมภีร์ก็ยังบันทึกว่า “โมเสสและอาโรนก็กระทำตามนั้น เขากระทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชา” (ข้อ 6) คุณจะนำท่าทีของโมเสสและอาโรนมาใช้ในการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร?
Q2 คุณคิดว่า พระเจ้าทรงมีเหตุผลอะไร ที่พระองค์กระทำให้จิตใจฟาโรห์แข็งกระด้าง ไม่ทำตามที่โมเสสบอก? (ข้อ 4-5)
วันพุธที่ 28 มีนาคม อพยพ 4:1-17 “พระเจ้าทรงเรียกโมเสส II”
โมเสสพยายามหาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยงการทรงเรียกของพระเจ้าจนพระเจ้าโกรธ (อพยพ 4:14) แต่สุดท้ายโมเสสก็ยอมจำนนกับพระเจ้า
Q1 ลองเขียนสิ่งที่โมเสสใช้ในการบ่ายเบี่ยงการทรงเรียกของพระเจ้าที่มีในชีวิตของเขา? (ข้อ 1, 10)
Q2 พระเจ้าอาจจะโกรธที่โมเสสบ่ายเบี่ยงไปมา แต่สุดท้ายพระองค์ก็มีคำตอบสำหรับโมเสสในทุกเรื่อง การกระทำของพระเจ้าแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงเข้าใจถึงความรู้สึกของโมเสส และห่วงใยเขามากแค่ไหน? และคุณรู้ไหมว่า พระเจ้าก็ทรงเข้าใจและห่วงใยความรู้สึกของคุณในทุกๆ เรื่อง
วันอังคารที่ 27 มีนาคม อพยพ 3:1-22 “พระเจ้าทรงเรียกโมเสส I”
หลังจากที่โมเสสเลี้ยงแกะอยู่ 40 ปี (กิจการ 7:30) พระเจ้าได้ทรงทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ และได้ยินเสียงร้องของชนชาติอิสราเอลในอียิปต์ พระองค์จึงใช้โมเสสให้เป็นผู้ปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล โดยใช้พุ่มไม้ที่มีไฟลุกแต่ไม่ไหม้ เป็นสิ่งที่ดึงดูดโมเสสให้เข้ามาหาพระองค์
Q1 ในการสนทนาระหว่างพระเจ้ากับโมเสส พระเจ้าพยายามจะบอกกับโมเสสว่า พระองค์คือใคร เช่น “เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ” (ข้อ 6, 15, 16) “เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น” (ข้อ 14) “พระเยโฮวาห์พระเจ้าของคนฮีบรู” (ข้อ 18)
คุณคิดว่า การที่โมเสสได้รู้จักว่าพระเจ้าเป็นผู้ใด มีความสำคัญอย่างไร?
Q2 ดูเหมือนว่า โมเสสพยายามจะบ่ายเบี่ยงการทรงเรียกของพระเจ้า คุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม ที่คุณบ่ายเบี่ยงการทรงเรียกของพระเจ้า และคุณมีเหตุผลอะไรที่บ่ายเบี่ยงกับพระเจ้า