เวลาเราท่องข้อพระคัมภีร์ เรามักจะเลือกท่องเฉพาะข้อที่ดีๆ และหนุนน้ำใจเรา และบางครั้งเราก็ตัดเนื้อหาบางส่วนออก เพื่อจะได้ความหมายที่เราอยากได้ เหมือนกับข้อพระคัมภีร์ในโรม 8:28 ที่เรามักจะท่องกันแค่ “เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง” แต่วันนี้เราจะมาเรียนรู้ด้วยกันให้จบสมบูรณ์

Q1  แน่นอนว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง แต่ผลดีเหล่านั้นจะต้องเป็นไปตาม “พระประสงค์ของพระองค์ด้วย” คุณคิดว่า “ตามพระประสงค์ของพระเจ้า” หมายความว่าอย่างไร?
Q2   พยายามท่องจำข้อพระคัมภีร์ข้อ 28 ให้จบข้อ

เปาโลรู้ดีว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของคริสเตียนใหม่คือ เราไม่รู้ว่า เราจะอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างไร  บางครั้งเมื่ออธิษฐานไปแล้วก็กังวลว่า จะถูกหรือจะผิด พระเจ้าจะรู้เรื่องหรือเปล่า? หรือแม้แต่คริสเตียนเก่าอย่างเปาโลเองก็ตาม บางทีก็สงสัยว่า ต้องอธิษฐานอีกไหม หรือต้องอธิษฐานเพิ่มเติมในรายละเอียดอีกหรือเปล่า เพื่อพระเจ้าจะฟังคำอธิษฐานของเรา

Q1  เปาโลก็ไม่แตกต่างอะไรกับเราเอง ที่ท่านก็มีปัญหาเรื่องการอธิษฐาน บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะอธิษฐานอย่างไร แต่สิ่งที่ท่านอาจจะแตกต่างจากเราคือ ท่านรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ สิ่งนั้นคืออะไร? (ข้อ 26-27)
Q2  คุณเคยคิดหรือไม่ว่า บางครั้งคุณผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ในชีวิตมาได้ โดยที่คุณไม่ได้สนใจที่จะอธิษฐานกับพระเจ้าเลย เป็นเพราะมีผู้หนึ่งอธิษฐานเผื่อคุณโดยตลอด ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะคิดถึงผู้อื่นด้วยการอธิษฐานเผื่อคนเหล่านั้น

โลกของเรา และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในโลกของเรากำลังเสื่อมสลายลงทุกวัน ซึ่งเป็นผลของความผิดบาป และโลกใบนี้ก็ได้รับคำสาปแช่ง (ปฐมกาล 3:17)  รวมถึงตัวของเราด้วยที่วันหนึ่งจะต้องตายจากโลกนี้ไป กลับกลายเป็นดินอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับเราที่เป็นคริสเตียน เรามีความหวังใจ ความหวังใจที่จะได้อยู่กับพระเจ้าในแผ่นดินโลกใหม่

Q1  เปาโลได้ให้คำจำกัดความของ “ความหวังใจ” ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ความหวังใจ” คือ “การเพียรรอคอยที่จะได้เห็นสิ่งที่ยังไม่ได้เห็น” คำจำกัดความนี้หนุนใจคุณให้มีความหวังใจในพระเจ้าอย่างไร?
Q2  นอกจากความหวังใจในการรอคอยการกลับมาของพระเยซูคริสต์แล้ว คุณยังมีความหวังใจในเรื่องใดอีกไหม อธิษฐานขอพระเจ้าเพิ่มเติมความอดทนให้คุณเพียรรอคอยสิ่งนั้นได้

การเป็นคริสเตียนนอกจากจะได้กลับคืนดีกับพระเจ้าแล้ว เรายังได้รับสิทธิพิเศษใหม่ด้วย นั้นคือ การได้เป็นลูกของพระเจ้า และมีสิทธิที่จะเรียกพระเจ้าว่า “อับบา” หรือ “พระบิดา”

Q1  ก่อนที่เราจะเชื่อพระเจ้า เรามีฐานะเป็น “ทาส” แต่เมื่อเราเชื่อในพระองค์ เรามีฐานะเป็น “ทายาท” (ลูก) คุณคิดว่า การเป็น “ทาส” กับการเป็น “ทายาท” แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
Q2 ลองใช้เวลานี้เงียบๆ ส่วนตัว แล้วพูดว่า “พ่อครับ / ค่ะ  ผมรักพ่อครับ / หนูรักพ่อค่ะ จนกว่าคุณจะพึงพอใจและสัมผัสได้ถึงความรักของพ่อคนนี้ ซึ่งเป็นอับบา พระบิดาของคุณ

การเป็นคริสเตียนไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตภายในคืนเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของเรา หรือจนกว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา และในระหว่างการเดินทางบนเส้นทางแห่งความเชื่อ เรายังต้องต่อสู้กับความต้องการของเนื้อหนังอยู่เสมอ

Q1  ในฐานะที่เราถูกไถ่แล้วโดยพระเยซูคริสต์ และมีชีวิตใหม่ด้วยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ข้อ 11) เรากลายเป็นผู้อยู่ฝ่ายวิญญาณ ดังนั้นเราควรจะปักใจกับฝ่ายวิญญาณ ไม่ปักใจกับฝ่ายเนื้อหนัง อะไรคือฝ่ายวิญญาณที่คุณต้องปักใจ? และอะไรคือฝ่ายเนื้อหนังที่คุณต้องตัดทิ้งไป?
Q2  การที่คุณรู้ว่า คุณมีวิญญาณของพระคริสต์ และคุณเป็นของพระองค์ ช่วยเหลือคุณที่จะมีชัยชนะเหนือความต้องการฝ่ายเนื้อหนังอย่างไร?

5270/5894