วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม โรม 8:28-30 “เกิดผลอันดี”
เวลาเราท่องข้อพระคัมภีร์ เรามักจะเลือกท่องเฉพาะข้อที่ดีๆ และหนุนน้ำใจเรา และบางครั้งเราก็ตัดเนื้อหาบางส่วนออก เพื่อจะได้ความหมายที่เราอยากได้ เหมือนกับข้อพระคัมภีร์ในโรม 8:28 ที่เรามักจะท่องกันแค่ “เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง” แต่วันนี้เราจะมาเรียนรู้ด้วยกันให้จบสมบูรณ์
Q1 แน่นอนว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง แต่ผลดีเหล่านั้นจะต้องเป็นไปตาม “พระประสงค์ของพระองค์ด้วย” คุณคิดว่า “ตามพระประสงค์ของพระเจ้า” หมายความว่าอย่างไร?
Q2 พยายามท่องจำข้อพระคัมภีร์ข้อ 28 ให้จบข้อ
วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม โรม 8:26-27 “ขอแทนเรา”
เปาโลรู้ดีว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของคริสเตียนใหม่คือ เราไม่รู้ว่า เราจะอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างไร บางครั้งเมื่ออธิษฐานไปแล้วก็กังวลว่า จะถูกหรือจะผิด พระเจ้าจะรู้เรื่องหรือเปล่า? หรือแม้แต่คริสเตียนเก่าอย่างเปาโลเองก็ตาม บางทีก็สงสัยว่า ต้องอธิษฐานอีกไหม หรือต้องอธิษฐานเพิ่มเติมในรายละเอียดอีกหรือเปล่า เพื่อพระเจ้าจะฟังคำอธิษฐานของเรา
Q1 เปาโลก็ไม่แตกต่างอะไรกับเราเอง ที่ท่านก็มีปัญหาเรื่องการอธิษฐาน บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะอธิษฐานอย่างไร แต่สิ่งที่ท่านอาจจะแตกต่างจากเราคือ ท่านรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ สิ่งนั้นคืออะไร? (ข้อ 26-27)
Q2 คุณเคยคิดหรือไม่ว่า บางครั้งคุณผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ในชีวิตมาได้ โดยที่คุณไม่ได้สนใจที่จะอธิษฐานกับพระเจ้าเลย เป็นเพราะมีผู้หนึ่งอธิษฐานเผื่อคุณโดยตลอด ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะคิดถึงผู้อื่นด้วยการอธิษฐานเผื่อคนเหล่านั้น
วันพุธที่ 14 มีนาคม โรม 8:18-25 “ความหวังใจ”
โลกของเรา และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในโลกของเรากำลังเสื่อมสลายลงทุกวัน ซึ่งเป็นผลของความผิดบาป และโลกใบนี้ก็ได้รับคำสาปแช่ง (ปฐมกาล 3:17) รวมถึงตัวของเราด้วยที่วันหนึ่งจะต้องตายจากโลกนี้ไป กลับกลายเป็นดินอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับเราที่เป็นคริสเตียน เรามีความหวังใจ ความหวังใจที่จะได้อยู่กับพระเจ้าในแผ่นดินโลกใหม่
Q1 เปาโลได้ให้คำจำกัดความของ “ความหวังใจ” ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ความหวังใจ” คือ “การเพียรรอคอยที่จะได้เห็นสิ่งที่ยังไม่ได้เห็น” คำจำกัดความนี้หนุนใจคุณให้มีความหวังใจในพระเจ้าอย่างไร?
Q2 นอกจากความหวังใจในการรอคอยการกลับมาของพระเยซูคริสต์แล้ว คุณยังมีความหวังใจในเรื่องใดอีกไหม อธิษฐานขอพระเจ้าเพิ่มเติมความอดทนให้คุณเพียรรอคอยสิ่งนั้นได้
วันอังคารที่ 13 มีนาคม โรม 8:12-17 “อับบา”
การเป็นคริสเตียนนอกจากจะได้กลับคืนดีกับพระเจ้าแล้ว เรายังได้รับสิทธิพิเศษใหม่ด้วย นั้นคือ การได้เป็นลูกของพระเจ้า และมีสิทธิที่จะเรียกพระเจ้าว่า “อับบา” หรือ “พระบิดา”
Q1 ก่อนที่เราจะเชื่อพระเจ้า เรามีฐานะเป็น “ทาส” แต่เมื่อเราเชื่อในพระองค์ เรามีฐานะเป็น “ทายาท” (ลูก) คุณคิดว่า การเป็น “ทาส” กับการเป็น “ทายาท” แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
Q2 ลองใช้เวลานี้เงียบๆ ส่วนตัว แล้วพูดว่า “พ่อครับ / ค่ะ ผมรักพ่อครับ / หนูรักพ่อค่ะ จนกว่าคุณจะพึงพอใจและสัมผัสได้ถึงความรักของพ่อคนนี้ ซึ่งเป็นอับบา พระบิดาของคุณ
วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม โรม 8:5-11 “เนื้อหนัง & จิตวิญญาณ”
การเป็นคริสเตียนไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตภายในคืนเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของเรา หรือจนกว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา และในระหว่างการเดินทางบนเส้นทางแห่งความเชื่อ เรายังต้องต่อสู้กับความต้องการของเนื้อหนังอยู่เสมอ
Q1 ในฐานะที่เราถูกไถ่แล้วโดยพระเยซูคริสต์ และมีชีวิตใหม่ด้วยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ข้อ 11) เรากลายเป็นผู้อยู่ฝ่ายวิญญาณ ดังนั้นเราควรจะปักใจกับฝ่ายวิญญาณ ไม่ปักใจกับฝ่ายเนื้อหนัง อะไรคือฝ่ายวิญญาณที่คุณต้องปักใจ? และอะไรคือฝ่ายเนื้อหนังที่คุณต้องตัดทิ้งไป?
Q2 การที่คุณรู้ว่า คุณมีวิญญาณของพระคริสต์ และคุณเป็นของพระองค์ ช่วยเหลือคุณที่จะมีชัยชนะเหนือความต้องการฝ่ายเนื้อหนังอย่างไร?