พระคัมภีร์ตอนนี้ได้บรรยายถึงการทรงนำของพระเจ้าที่มีต่อชนชาติอิสราเอลตั้งแต่ออกจากการเป็นทาสในแผ่นดินอียิปต์จนมาถึงแผ่นดินแห่งพันธสัญญา แม้อิสราเอลจะดื้อดึงและหันหลังให้พระองค์หลายครั้ง แต่พระเจ้าก็ยังทรงรักพวกเขา ใช้เวลานี้ทบทวนว่า คุณมาเชื่อพระเจ้าได้อย่างไร มีสิ่งใดบ้างที่คุณต้องขอโทษพระเจ้าและกลับใจใหม่ มีสิ่งใดบ้างที่คุณต้องขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้าสำหรับความรักและความดีงามของพระองค์

เอเสเคียลใช้ภาพสิงห์เปรียบกับยูดาห์ และภาพสิงห์หนุ่มสองตัวที่ถูกจับขังเล็งถึงกษัตริย์เยโฮอาหาสที่ถูกจับเป็นเชลยโดยอียิปต์ (2 พกษ.23:31-35) และกษัตริย์เศเดคียาห์ที่กำลังจะถูกจับไปเป็นเชลยในบาบิโลน (1-9) เอเสเคียลยังเปรียบยูดาห์เหมือนเถาองุ่นที่แข็งแรง แต่สุดท้ายก็ถูกถอนทิ้งให้เหี่ยวแห้งไป (10-14) เพื่อเน้นย้ำการล่มสลายของยูดาห์อีกครั้งหนึ่ง

Read more

พระคัมภีร์ตอนนี้บอกกับเราว่า “ไม่ว่าจะเป็นคนชอบธรรม หรือคนอธรรม ถ้าทำบาป ทุกคนต้องได้รับผลจากการกระทำบาปนั้น” (21-24) สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึง “ความยุติธรรม” ของพระเจ้า ในขณะที่ข้อ 32 เราก็เห็นถึง “ความรัก” ของพระเจ้า เพราะพระคัมภีร์บอกว่า “เรา (พระเจ้า) ไม่มีความพอใจในความตายของผู้หนึ่งผู้ใดเลย จงหันกลับและดำรงชีวิตอยู่” ความจริงของสองเรื่องนี้ ช่วยคุณอย่างไรในการดำเนินชีวิต ถ้าคุณกำลังคิดจะเดินเข้าไปในความผิดบาป หรือ กำลังอยู่ในความผิดบาป หรือ กำลังคิดที่จะออกมาจากความผิดบาป

นกอินทรีย์ตัวแรก หมายถึง “บาบิโลน” ที่จะโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม และกวาดต้อนผู้คนไปเป็นเชลย ส่วนนกอินทรีย์ตัวที่สองคือ “อียิปต์” ที่กษัตริย์เศเดคียาห์ ได้ทรยศบาบิโลนหันไปหาอียิปต์เพื่อให้ช่วย ท่านได้ผิดคำสาบานต่อบาบิโลนซึ่งกระทำในพระนามของพระเจ้า (11-14) ดังนั้นจึงเท่ากับผิดคำสาบานต่อพระเจ้าด้วย (19-21)

Read more

ถ้าในวันนี้คุณกำลังติดอยู่ในความบาปเดิมๆ ที่เคยทำและตำหนิตัวเอง มองตัวเองว่าไร้ค่า ไม่มีทางจะหลุดจากความผิดบาปเหล่านั้นได้ วันนี้พระเจ้ากำลังบอกกับคุณว่า “เราจะลบมลทินบาปทุกสิ่งที่เจ้าได้กระทำมาแล้ว” (63) อธิษฐานขอให้พระเจ้าเพิ่มเติมความเชื่อให้กับคุณที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในชัยชนะที่พระเจ้าทรงประทานให้กับคุณ

5430/5715