วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน เอเฟซัส 3:20 “รักและห่วงใย”
ขอให้พระเกียรติมีแด่พระองค์ ผู้ทรงสามารถทำทุกสิ่งได้มาก
ยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิด โดยฤทธานุภาพที่ทำกิจอยู่ภายในเรา
Q1 ประโยคที่ว่า “สามารถทำทุกสิ่งได้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิด” ทำให้คุณรู้ว่า “พระเจ้าทรงรักและห่วงใยคุณ” มากน้อยแค่ไหน? (ดู สดุดี 8:4 ประกอบ)
Q2 คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของคุณสัก 2 เรื่อง ที่ทำให้คุณสามารถพูดจากปากของคุณว่า “ขอให้พระเกียรติมีแด่พระองค์” และใช้เวลานี้อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีที่พระเจ้าทรงกระทำในชีวิตของคุณ
หมายเหตุ: สดุดี 8:4 มนุษย์เป็นผู้ใดเล่า ที่พระองค์ทรงระลึกถึงเขา? และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่า ที่พระองค์ทรงห่วงใยเขา?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: สุภาษิต 13-15 2 โครินธ์ 5
วันพุธที่ 11 กันยายน 1 เปโตร 1:18-19 “การดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ”
พวกท่านรู้ว่าพวกท่านได้รับ1.การไถ่ออกจากการดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ
ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษของพวกท่าน 2.ไม่ใช่ไถ่ด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายได้เช่นเงินหรือทอง
3.แต่ด้วยพระโลหิตล้ำค่าของพระคริสต์ ดังเลือดลูกแกะที่ไร้ตำหนิและไร้จุดด่างพร้อย
Q1 เปโตรได้อธิบายถึงคุณลักษณะของ “ชีวิตที่ได้รับการไถ่จากพระเจ้า” ไว้ 3 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 อะไรคือ “การดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ”* ในชีวิตของคุณ? ลองเขียนออกมาสัก 2 เรื่อง อธิษฐานของกำลัง และการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า
หมายเหตุ: การดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ* หมายถึง การดำเนินชีวิตแบบคนที่ไม่มีพระเจ้า ชีวิตที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพียงแค่ให้ตัวเองมีความสุข โดยไม่สนใจว่าถูกหรือผิด ดำเนินชีวิตในความผิดความบาป
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: สุภาษิต 10-12 2 โครินธ์ 4
วันอังคารที่ 10 กันยายน มัทธิว 13:23 “พระวจนะของพระเจ้า”
ส่วนเมล็ดซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ
@คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง
Q1 เมื่อคนรับฟัง “พระวจนะของพระเจ้า” พร้อมกับ “ความเข้าใจ” สิ่งที่ตามมาคือสิ่งใด? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู ฮีบรู 4:12 ประกอบ)
Q2 คุณอยากจะให้พระวจนะของพระเจ้า “เกิดผล” ในชีวิตของคุณในด้านใดบ้าง? อธิษฐานขอกำลัง และการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า
หมายเหตุ: ฮีบรู 4:12 เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: สุภาษิต 8-9 2 โครินธ์ 3
วันจันทร์ที่ 9 กันยายน ยากอบ 2:17-18 “ความเชื่อที่ไร้ผล”
ทำนองเดียวกัน ลำพังความเชื่อ @ถ้าไม่มีการปฏิบัติ ก็เป็นสิ่งที่ตายแล้ว
แต่บางคนจะกล่าวว่า “ท่านมีความเชื่อและข้าพเจ้ามีการประพฤติ”
จงแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นความเชื่อของท่านโดยไม่มีการประพฤติซิ
แล้วข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่าน@เห็นความเชื่อของข้าพเจ้าโดยการประพฤติ
Q1 “ความเชื่อที่แท้จริง” สำหรับยากอบต้องเป็นความเชื่อแบบไหน? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คุณจะสำแดง “ความเชื่อที่แท้จริง” ในการเป็นคริสเตียน ในการเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ ออกมาเป็น “การประพฤติ” ให้กับคนรอบๆ ข้างได้รู้ ได้เห็น และได้สัมผัสอย่างไร? (ดู 1 ยอห์น 3:18 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 ยอห์น 3:18 ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: สุภาษิต 6-7 2 โครินธ์ 2
วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน สุภาษิต 1:7 “ยำเกรงพระเจ้า”
1.ความยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้
คนโง่ย่อม2.ดูหมิ่นปัญญาและการสั่งสอน
Q1 ผู้เขียนสุภาษิตให้ “คำแนะนำ” สำหรับคนที่ต้องการสติปัญญาจากพระเจ้า ต้องมี 2 สิ่งนี้คือ 1.ต้องมี………………………………………… 2.ต้องไม่มี………….…………………………
Q2 คุณจะนำ “คำแนะนำ” ทั้ง 2 สิ่ง (ต้องมี และ ต้องไม่มี) ไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างไร? (ดู มัทธิว 7:24-27 ประกอบ)
หมายเหตุ: มัทธิว 7:24-2724 “เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา และประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา 25 ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น แต่เรือนมิได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา 26 แต่ผู้ที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและไม่ประพฤติตามเล่า เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่โง่เขลา สร้างเรือนของตนไว้บนทราย 27 ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น เรือนนั้นก็พังทลายลง และการซึ่งพังทลายนั้นก็ใหญ่ยิ่ง”
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: สุภาษิต 3-5 2 โครินธ์ 1