แล้วพระองค์ตรัสกับโธมัสว่า “เอานิ้วของท่านแยงที่นี่ และดูที่มือของเรา
ยื่นมือของท่านออกมาคลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยเลย แต่จงเชื่อ”

Q1 การที่พระเยซูคริสต์บอกให้โธมัส “ยื่นนิ้วออกมาแยง และดูที่มือ” “คลำที่สีข้าง” ของพระองค์ มีส่วนช่วยทำให้โธมัสมี “ความเชื่อ” ได้อย่างไร? (ดู ยอห์น 20:25 ประกอบ)
Q2 คุณไม่มีโอกาสได้สัมผัสที่มือ และสีข้างของพระเยซูคริสต์เหมือนกับโธมัส แต่ทำไมคุณยังเชื่อ ไว้วางใจ และต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ? หลังจากที่คุณหาคำตอบให้กับตัวเองได้ อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับ “ความเชื่อ” ที่คุณมีในพระองค์
หมายเหตุ: ยอห์น 20:25 สาวกคนอื่นๆ จึงบอกโธมัสว่า “เราเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่โธมัสตอบพวกเขาว่า “ถ้าข้าไม่เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ของพระองค์ และไม่ได้เอานิ้วของข้าแยงเข้าไปที่รอยตะปูนั้น และไม่ได้เอามือของข้าแยงเข้าไปที่สีข้างของพระองค์แล้ว ข้าจะไม่เชื่อเลย”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: สดุดี 103-104  1 โครินธ์ 2

แต่พระองค์ตรัสว่า “สิ่งที่มนุษย์@ทำไม่ได้ พระเจ้าทรง@ทำได้”

Q1 พระคัมภีร์ข้อนี้ ช่วยชี้ให้เห็นถึง “ความจำกัด” ของมนุษย์ และ “ความไม่จำกัด” ของพระเจ้าอย่างไร? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู ลูกา 1:37 ประกอบ)
Q2 อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่า “ทำไม่ได้” ในชีวิตของคุณ และพระเจ้าจะทรงเปลี่ยนสิ่งนั้น ให้เป็น “สิ่งที่ทำได้” ได้อย่างไร? อธิษฐานมอบสิ่งที่คุณคิดว่า “ทำไม่ได้” ไว้กับพระเจ้าผู้ซึ่งทรง “กระทำได้ทุกสิ่ง”
หมายเหตุ: ลูกา 1:37 เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระเจ้าทรงทำไม่ได้


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 100-102  1 โครินธ์ 1

ถ้าพวกท่านขวนขวาย*ทำดี @ใครจะทำร้ายพวกท่าน

Q1 “การขวนขวายทำดี” จะเป็นเสมือนกับ “เกราะป้องกัน” ชีวิตของเราจากสิ่งใด? (สังเกตคำหลัง ¥ ดู หมายเหตุ และ โรม 12:21 ประกอบ)
Q2 “การขวนขวายทำดี” แบบไหน ที่คุณคิดว่า จะเป็น “เกราะป้องกัน” ที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของคุณ และคุณจะมีความประพฤติแบบนั้นได้อย่างไร?
หมายเหตุ: ขวนขวาย* หมายถึง หมั่นเสาะแสวงหาเพิ่มเติมโดยไม่ยอมอยู่นิ่ง เป็นความพยายามทำในสิ่งที่ยังไม่มีให้มี และทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้ว มีเพิ่มมากขึ้นโรม 12:21 อย่าให้ความชั่วชนะเราได้ แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 97-99  โรม 16

เรา (พระเยซูคริสต์) รู้จักความประพฤติของเจ้า
คือว่าเจ้าไม่เย็นและไม่ร้อน เราอยากให้เจ้า@เย็นหรือร้อน
เพราะว่าเจ้าเป็นแต่@อุ่นๆ* ไม่ร้อนและไม่เย็น เราจะคายเจ้าออกจากปากของเรา

Q1 คำพูดที่ว่า “เจ้าไม่เย็นและไม่ร้อน” “เจ้าเป็นแต่อุ่นๆ” และ “เราอยากให้เจ้าเย็นหรือร้อน” เกี่ยวข้องกับ “การดำเนินชีวิตที่ประนีประนอมกับความผิดบาป” อย่างไร? (ดู หมายเหตุ และ วิวรณ์ 3:19 ประกอบ)
Q2 ชีวิตของคุณวันนี้ “ประนีประนอม (เป็นแต่อุ่นๆ)” กับ ความผิดความบาปมากน้อยแค่ไหน? คุณจะมีชีวิตที่ยืนอยู่บน “ความจริงของพระวจนะของพระเจ้า (เย็น หรือ ร้อน)” ได้อย่างไร?
หมายเหตุ: เป็นแต่อุ่นๆ* – ชาวเลาดีเซียต้องผันน้ำพุร้อนจากนอกตัวเมืองไกลเกือบ 10 กิโลเมตร เพื่อจะนำมาใช้ในเมือง แต่เมื่อน้ำไหลมาถึงก็ไม่ร้อนแล้ว เป็นแค่อุ่นๆ เท่านั้นเมื่อใครดื่มก็ไม่ชื่นใจ และมักจะบ้วนออกจากปาก เพราะถ้าเป็นน้ำร้อนก็มีประโยชน์ ส่วนน้ำเย็นก็ทำให้สดชื่น แต่น้ำอุ่นใช้อะไรไม่ได้วิวรณ์ 3:19 รารักใครเราก็ตักเตือนและตีสอนเขา  เพราะฉะนั้นจงมีความกระตือรือร้น และกลับใจใหม่


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: สดุดี 94-96 โรม 15:14-33

1.อย่ากลัวการทนทุกข์ที่เจ้าจะได้รับนั้น นี่แน่ะ มารจะขังพวกเจ้าบางคนไว้ในคุก
2.เพื่อทดลองพวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายจะได้รับความยากลำบากถึงสิบวัน
3.แต่เจ้าจงซื่อสัตย์จวบจนวันตาย 4.และเราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า

Q1 พระคัมภีร์ข้อนี้ได้ให้ “เคล็ดลับ” ในการเผชิญหน้ากับ “ความทุกข์ยากลำบาก” อย่างน้อย 4 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะนำ “เคล็ดลับ” ทั้ง 4 ประการ ไปใช้ในการเผชิญหน้ากับ “ความทุกข์ยากลำบาก” ที่คุณมีอยู่ในชีวิตอย่างไร?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 91-93 โรม 15:1-13

695/5864