พระวจนะของพระองค์เป็นตะเกียงแก่เท้าของข้าพระองค์
และเป็นความสว่างแก่ทางของข้าพระองค์

Q1 คำว่า “เป็นตะเกียงแก่เท้า” และ “เป็นความสว่างแก่ทาง” สะท้อนให้เห็นถึง “บทบาท” ของ “พระวจนะของพระเจ้า” ที่มีต่อการดำเนินชีวิตของผู้ที่เชื่ออย่างไร? (ดู ฮีบรู 4:12 ประกอบ)
Q2 คุณได้ใช้ “พระวจนะของพระเจ้า” ในการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 4:4 ประกอบ)
หมายเหตุ: ฮีบรู 4:12 เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วยมัทธิว 4:4 ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี  สดุดี 89-90  โรม 14

พระยาห์เวห์จึงตรัสถามคาอินว่า “ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง?
ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ?

ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู
อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น”

Q1 พระเจ้าไม่ได้บอกให้คาอิน “ห้ามโกรธ” แต่พระองค์กำลัง “เตือนสติ” คาอินในเรื่องใด? (สังเกตคำลังคำว่า “ถ้า” และ ดู เอเฟซัส 4:26 ประกอบ)
Q2 มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้คุณต้อง “โกรธเคืองหน้าบูดบึ้ง” อยู่ในเวลานี้ ลองเขียนออกมาสัก 2 เรื่อง คุณจะนำ “คำเตือนสติ” จากพระคัมภีร์ตอนนี้ไปใช้จัดการกับเรื่องเหล่านั้นอย่างไร?
หมายเหตุ: เอเฟซัส 4:26 “จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป”  อย่าให้ถึงตะวันตกแล้วยังโกรธอยู่


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   สดุดี 87-88  โรม 13

ใครพบภรรยาก็พบของดี และได้ความโปรดปรานจากพระยาห์เวห์

Q1 วันนี้เป็น “วันแม่” คำว่า “พบของดี” และ “ได้ความโปรดปราน” ปรากฏอยู่ในตัวของ “ภรรยา” ของคุณ หรือ “คุณแม่” ของคุณ และเขียนออกมาสัก 2 ประการ
Q2 ใช้เวลานี้อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับ “ภรรยา” ของคุณ หรือ “คุณแม่” ของคุณ หรือหาเวลาไปเยี่ยมคุณแม่ของคุณ ถ้าท่านไม่ได้พักอาศัยอยู่กับคุณ หรือโทรไปหาท่าน เพื่อพูดคุยและอธิษฐานเผื่อท่าน


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี  สดุดี 84-86 โรม 12

1.จงอธิษฐานในพระวิญญาณทุกเวลา
2.โดยการอธิษฐานและการวิงวอนทุกๆ อย่าง เพราะเหตุนี้
3.จงเฝ้าระวังด้วยความเพียรและ4.ด้วยการวิงวอนเผื่อธรรมิกชนทุกคนอยู่เสมอ

Q1 เปาโลได้ให้ “คำแนะนำ” เกี่ยวกับ “การอธิษฐาน” ไว้ 4 ประการ คือ? (สังเกตคำหลังคำว่า “จง”)
Q2 “จงอธิษฐานเผื่อธรรมิกชน” คิดถึง “ใครสักคน” ที่คุณอยากจะอธิษฐานเผื่อ ลองเขียนชื่อออกมาสัก 2 ชื่อ ใช้เวลานี้อธิษฐานเผื่อคนคนนั้น


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 81-83  โรม 11:17-36

เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

Q1 คำว่า “ทุกคนทำบาป” และ “เสื่อม” สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของมนุษย์ (รวมถึงคริสเตียน) ที่ตกเป็น “ทาสของบาป” อย่างไร? (ดู โรม 7:19-20 ประกอบ)
Q2 คุณยัง “ทำบาป” ในเรื่องใดอยู่บ้าง? ลองเขียนออกมาสัก 2 เรื่อง ใช้เวลานี้อธิษฐานสารภาพบาป ขอกำลังและการปลดปล่อยจากพระเจ้า (ดู 1 ยอห์น 1:9 ประกอบ)
หมายเหตุ: โรม 7:19-20 19 คือว่าการดีนั้นซึ่งข้าพเจ้าปรารถนาทำ ก็ไม่ได้ทำ แต่การชั่วซึ่งข้าพเจ้าไม่ปรารถนาทำ ก็ยังทำอยู่ 20 ถ้าแม้ข้าพเจ้ายังทำสิ่งซึ่งไม่ปรารถนาจะทำ ก็ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้ทำ แต่บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้ทำ1 ยอห์น 1:9 ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   สดุดี 79-80  โรม 11:1-16

85/5980