พี่น้องทั้งหลาย ขอให้พวกท่าน1.ตักเตือนคนที่เกียจคร้าน
2.หนุนใจผู้ที่ขาดความกล้าหาญ 3.ช่วยเหลือคนที่อ่อนกำลัง
4.และมีความอดทนต่อทุกคน

Q1 เปาโลได้สอนหลักการใน “การอยู่ร่วมกับผู้อื่น” และ “เติบโตไปพร้อมๆ กัน” อย่างน้อย 4 ประการดังนี้ คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะนำหลักการทั้ง 4 มาใช้ใน “การอยู่ร่วมกับพี่น้องในคริสตจักรพระคุณ” อย่างไร? (ดู 1 ยอห์น 3:18 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 ยอห์น 3:18 ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   สดุดี 100-102 1 โครินธ์ 1

1.จงอดทนต่อกันและกัน และถ้าใครมีเรื่องราวต่อกัน
ก็2.จงให้อภัยกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านอย่างไร
3.ท่านก็จงทำอย่างนั้นด้วย

Q1 เปาโลได้สอนหลักการใน “การอยู่ร่วมกับผู้อื่น” โดยเฉพาะเมื่อ “มีเรื่องราวต่อกัน (ขัดแย้ง)” อย่างน้อย 3 ประการดังนี้ คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณกำลัง “มีเรื่องราว (ขัดแย้ง)” กับใคร? คุณจะนำพระคัมภีร์ข้อนี้ไป “คลี่คลาย” ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างไร?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   สดุดี 97-99  โรม 16

ขอทรงสอน@ให้ข้าพระองค์ทำตามพระทัยของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์
ขอพระวิญญาณประเสริฐของพระองค์ ทรงนำ
@ข้าพระองค์ไปตามทางราบเรียบ

Q1 ผู้เขียนสดุดีต้องให้พระเจ้า “สอน” และ “นำ” ในเรื่องใด? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คำว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์” มีผลต่อ “การทำตามคำสอน” และ “การทรงนำ” ของพระเจ้าในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู ลูกา 6:46-49 ประกอบ)
หมายเหตุ: ลูกา 6:46-4946 “ทำไมพวกท่านเรียกเราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า’ แต่ไม่ทำตามสิ่งที่เราบอกนั้น? 47 ทุกคนที่มาหาเราและฟังคำของเราแล้วทำตาม เราจะสำแดงให้พวกท่านรู้ว่าเขาเป็นเหมือนอะไร 48 เขาเป็นเหมือนคนหนึ่งที่สร้างบ้าน เขาขุดลึกลงไปแล้ววางรากฐานอยู่บนศิลา เมื่อมีน้ำท่วมและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาซัดบ้านนั้น มันก็ไม่หวั่นไหว เพราะถูกสร้างไว้อย่างมั่นคง 49 ส่วนคนที่ได้ยินและไม่ทำตาม ก็เป็นเหมือนคนหนึ่งที่สร้างบ้านอยู่บนดินโดยปราศจากรากฐาน เมื่อมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาซัดบ้านนั้น มันก็พังทลายลงทันที และความหายนะของบ้านนั้นก็ยิ่งใหญ่”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี  สดุดี 94-96 โรม 15:14-33

“เพราะฉะนั้น ทุกคนที่@ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา (พระเยซูคริสต์)
และ
@ประพฤติตาม ก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างบ้านของตนไว้บนศิลา
แล้วฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะบ้านนั้น
แต่บ้านไม่ได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา

Q1 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ก็ต่อเมื่อผู้ฟังได้ทำสิ่งใด? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” เป็นประโยชน์ในชีวิตของคุณมากน้อยแค่ไหน? อะไรคือ อุปสรรคที่ทำให้คำสอนของพระเยซูคริสต์ไม่เกิดผลในชีวิตของคุณ อธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าที่คุณจะทำตามคำสอนของพระเยซูคริสต์ได้


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 91-93  โรม 15:1-13

พระวจนะของพระองค์เป็นตะเกียงแก่เท้าของข้าพระองค์
และเป็นความสว่างแก่ทางของข้าพระองค์

Q1 คำว่า “เป็นตะเกียงแก่เท้า” และ “เป็นความสว่างแก่ทาง” สะท้อนให้เห็นถึง “บทบาท” ของ “พระวจนะของพระเจ้า” ที่มีต่อการดำเนินชีวิตของผู้ที่เชื่ออย่างไร? (ดู ฮีบรู 4:12 ประกอบ)
Q2 คุณได้ใช้ “พระวจนะของพระเจ้า” ในการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 4:4 ประกอบ)
หมายเหตุ: ฮีบรู 4:12 เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วยมัทธิว 4:4 ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี  สดุดี 89-90  โรม 14

10/5909