1.จงอย่าละเลยที่จะกระทำการดี และ2.จงแบ่งปันข้าวของซึ่งกันและกัน 
เพราะเครื่องบูชาอย่างนั้นเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า

Q1 “เครื่องบูชาที่พระเจ้าพอพระทัย” มี 2 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะมีส่วนทำให้ “เครื่องบูชาที่พระเจ้าพอพระทัย” ทั้ง 2 ประการ เกิดขึ้นในคริสตจักรพระคุณอย่างไร? (ดู กาลาเทีย 6:9-10 ประกอบ)
หมายเหตุ: กาลาเทีย 6:9-109 อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเกี่ยวเก็บในเวลาอันสมควร 10 เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อคนทั้งปวง และเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวที่มีความเชื่อ


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เอสรา 6-8 ยอห์น 21

เพราะพระพิโรธของพระองค์นั้นเป็น@แต่ชั่วขณะหนึ่ง
และความโปรดปรานของพระองค์นั้น@ตลอดชีวิต
การร้องไห้อาจ@จะอ้อยอิ่งอยู่สักคืนหนึ่ง

แต่ความชื่นบาน@จะมาเวลาเช้า

Q1 คำว่า “พระพิโรธ” “การร้องไห้” “ความโปรดปราน” และ “ความชื่นบาน” เกี่ยวข้องกับ “แผนการของพระเจ้า” อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู เยเรมีย์ 29:11 ประกอบ)
Q2 คำพูดที่ว่า “แต่ความชื่นบานจะมาเวลาเช้า” ช่วยให้คุณผ่านวันเวลาร้ายๆ ในชีวิตที่เข้ามาในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู โรม 8:28 ประกอบ)
หมายเหตุ: เยเรมีย์ 29:11 พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้าโรม 8:28 เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เอสรา 3-5 ยอห์น 20

แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย
คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา

Q1 พระเจ้าทรง “สำแดงความรัก” ของพระองค์ต่อมนุษย์อย่างไร? (สังเกตคำหลังคำว่า “คือ”)
Q2 คุณจะ “สำแดงความรักของคุณต่อคนอื่นๆ” เหมือนที่พระเจ้าทรงสำแดงความรักต่อคุณอย่างไร? (ดู ยอห์น 13:34-35 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยอห์น 13:34-3534 เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น 35 ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เอสรา 1-2   ยอห์น 19:28-42

พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า “ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นใคร”
เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์**”

Q1 ก่อนหน้านี้ พระเยซูทรงถามเหล่าสาวกว่า “คนทั้งหลายพูดกันว่าเราเป็นใคร?” เหล่าสาวกก็ตอบว่า บางคนว่าเป็นยอห์น ผู้ให้รับบัพติศมา แต่บางคนว่าเป็นเอลียาห์ และบางคนว่าเป็นคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูจึงหันมาถามสาวกว่า “ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นใคร?” คำตอบที่ได้รับกลับมา คืออะไร?
Q2 ถ้าพระเยซูถามคุณว่า “ท่านว่าเราเป็นใคร?” คุณจะตอบพระองค์อย่างไร? และทำไมคุณจึงตอบเช่นนั้น?หมายเหตุ: พระคริสต์** เป็นภาษากรีก ซึ่งตรงกับคำว่า “พระเมสิยาห์” ในภาษาฮีบรู แปลว่า “เจิมหรือชโลม” สำหรับคนยิว “พระคริสต์” หรือ “พระเมสิยาห์” คือ พระผู้ช่วยให้รอด ที่จะมาปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  2 พงศาวดาร 34-36  ยอห์น 19:1-27

ดั่งผู้ที่มารดาของตนเล้าโลม เราจะเล้าโลมเจ้าเช่นนั้นแ
ละเจ้าจะรับการเล้าโลมในเยรูซาเล็ม

Q1 อิสยาห์เปรียบเทียบ “การเล้าโลม” ของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลเหมือนกับการเล้าโลมของใครกับใคร? (สังเกตคำหลังคำว่า “ดั่ง”)
Q2 คำพูดของพระเจ้าที่ว่า “เราจะ….” และ “เจ้าจะรับ…” ช่วยให้คุณมั่นใจที่จะเข้าหาพระองค์ เวลาที่คุณมีเรื่องทุกข์ใจอย่างไร?  (ดู สดุดี 9:9-10 ประกอบ)
หมายเหตุ: สดุดี 9:9-109 พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนที่ถูกกดขี่ ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งในเวลายากลำบาก 10 บรรดาผู้ที่รู้จักพระนามของพระองค์ก็วางใจในพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เพราะว่าพระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งบรรดาผู้ที่เสาะแสวงหาพระองค์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  2 พงศาวดาร 32-33  ยอห์น 18:19-40

1075/5811