วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน สดุดี 30:5 “แต่ความชื่นบานจะมาเวลาเช้า”
เพราะพระพิโรธของพระองค์นั้นเป็น@แต่ชั่วขณะหนึ่ง
และความโปรดปรานของพระองค์นั้น@ตลอดชีวิต
การร้องไห้อาจ@จะอ้อยอิ่งอยู่สักคืนหนึ่ง
แต่ความชื่นบาน@จะมาเวลาเช้า
Q1 คำว่า “พระพิโรธ” “การร้องไห้” “ความโปรดปราน” และ “ความชื่นบาน” เกี่ยวข้องกับ “แผนการของพระเจ้า” อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู เยเรมีย์ 29:11 ประกอบ)
Q2 คำพูดที่ว่า “แต่ความชื่นบานจะมาเวลาเช้า” ช่วยให้คุณผ่านวันเวลาร้ายๆ ในชีวิตที่เข้ามาในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู โรม 8:28 ประกอบ)
หมายเหตุ: เยเรมีย์ 29:11 พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้าโรม 8:28 เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เอสรา 3-5 ยอห์น 20
วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน โรม 5:8 “สำแดงความรัก”
แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย
คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา
Q1 พระเจ้าทรง “สำแดงความรัก” ของพระองค์ต่อมนุษย์อย่างไร? (สังเกตคำหลังคำว่า “คือ”)
Q2 คุณจะ “สำแดงความรักของคุณต่อคนอื่นๆ” เหมือนที่พระเจ้าทรงสำแดงความรักต่อคุณอย่างไร? (ดู ยอห์น 13:34-35 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยอห์น 13:34-3534 เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น 35 ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา”
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เอสรา 1-2 ยอห์น 19:28-42
วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน มาระโก 8:29 “ท่านว่าเราเป็นใคร?”
พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า “ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นใคร”
เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์**”
Q1 ก่อนหน้านี้ พระเยซูทรงถามเหล่าสาวกว่า “คนทั้งหลายพูดกันว่าเราเป็นใคร?” เหล่าสาวกก็ตอบว่า บางคนว่าเป็นยอห์น ผู้ให้รับบัพติศมา แต่บางคนว่าเป็นเอลียาห์ และบางคนว่าเป็นคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูจึงหันมาถามสาวกว่า “ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นใคร?” คำตอบที่ได้รับกลับมา คืออะไร?
Q2 ถ้าพระเยซูถามคุณว่า “ท่านว่าเราเป็นใคร?” คุณจะตอบพระองค์อย่างไร? และทำไมคุณจึงตอบเช่นนั้น?หมายเหตุ: พระคริสต์** เป็นภาษากรีก ซึ่งตรงกับคำว่า “พระเมสิยาห์” ในภาษาฮีบรู แปลว่า “เจิมหรือชโลม” สำหรับคนยิว “พระคริสต์” หรือ “พระเมสิยาห์” คือ พระผู้ช่วยให้รอด ที่จะมาปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: 2 พงศาวดาร 34-36 ยอห์น 19:1-27
วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน อิสยาห์ 66:13 “การเล้าโลม”
ดั่งผู้ที่มารดาของตนเล้าโลม เราจะเล้าโลมเจ้าเช่นนั้นแ
ละเจ้าจะรับการเล้าโลมในเยรูซาเล็ม
Q1 อิสยาห์เปรียบเทียบ “การเล้าโลม” ของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลเหมือนกับการเล้าโลมของใครกับใคร? (สังเกตคำหลังคำว่า “ดั่ง”)
Q2 คำพูดของพระเจ้าที่ว่า “เราจะ….” และ “เจ้าจะรับ…” ช่วยให้คุณมั่นใจที่จะเข้าหาพระองค์ เวลาที่คุณมีเรื่องทุกข์ใจอย่างไร? (ดู สดุดี 9:9-10 ประกอบ)
หมายเหตุ: สดุดี 9:9-109 พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนที่ถูกกดขี่ ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งในเวลายากลำบาก 10 บรรดาผู้ที่รู้จักพระนามของพระองค์ก็วางใจในพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เพราะว่าพระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งบรรดาผู้ที่เสาะแสวงหาพระองค์
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: 2 พงศาวดาร 32-33 ยอห์น 18:19-40
วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน โยบ 5:17 “การตีสอน”
ดูเถิด มนุษย์คนใดที่พระเจ้าทรงติเตือน@ก็เป็นสุข
เพราะฉะนั้นอย่าดูหมิ่นการตีสอนของ@องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
Q1 ทำไม “การติเตือน” หรือ “การตีสอน” ของพระเจ้าจึงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เชื่อและไว้วางใจในพระเจ้า? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู ฮีบรู 12:11 ประกอบ)
Q2 ถ้าพระเจ้ากำลัง “ติเตือน” หรือ “ตีสอนคุณ” ในเรื่องใดอยู่ ขอให้คุณฟังเสียงของพระองค์ และอธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าที่คุณจะเชื่อคำเตือนจากพระเจ้า และทำในสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระองค์ (ดู สุภาษิต 29:1 ประกอบ)
หมายเหตุ: ฮีบรู 12:11 เมื่อมีการตีสอนนั้นดูไม่เป็นที่ชื่นใจเลย เป็นเรื่องเศร้าใจ แต่ต่อมาภายหลังก็จะก่อให้เกิดความสุขสำราญแก่บรรดาคนที่ต้องทนอยู่นั้น คือความชอบธรรมนั้นเองสุภาษิต 29:1 บุคคลที่ถูกตักเตือนบ่อยๆ แต่ยังแข็งคอ ประเดี๋ยวคอจะหัก รักษาไม่ได้
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: 2 พงศาวดาร 30-31 ยอห์น 18:1-18