วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม สดุดี 55:16-17 “อธิษฐาน”
ฝ่ายข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า และพระเจ้าจะทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด
ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง ข้าพเจ้าร้องทุกข์และคร่ำครวญ
และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า
Q1 คำพูดที่ว่า “ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง” แสดงให้เห็นถึง “ความทุกข์” ของผู้เขียนสดุดีอย่างไร?
Q2 คำพูดที่ว่า “และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า” หนุนใจคุณใน “การอธิษฐาน” และเผชิญหน้ากับ “ความทุกข์ลำบาก” ที่คุณมีอยู่ในชีวิตตอนนี้อย่างไร? (ดู สดุดี 27:1 ประกอบ)
หมายเหตุ: สดุดี 27:1 พระเจ้าทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งแห่งชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องเกรงใคร
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: โยชูวา 1-3 มาระโก 16
วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม ฮีบรู 2:18 “ทรงเข้าใจ”
เพราะเหตุที่พระองค์ (พระเยซูคริสต์) @ได้ทรงทนทุกข์ทรมาน
และ@ถูกลองใจ พระองค์@จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกลองใจได้
Q1 พระคัมภีร์ข้อนี้สนับสนุนคำพูดที่ว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเข้าใจคุณ” อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คำพูดที่ว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเข้าใจคุณ” เป็นจริงในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 11:28 ประกอบ) หมายเหตุ: มัทธิว 11:28 บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เฉลยธรรมบัญญัติ 32-34 มาระโก 15:21-47
วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม ยากอบ 1:5 “ขอสติปัญญา”
ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า
1ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวง2ด้วยพระกรุณา
และ3มิได้ทรงตำหนิ แล้วผู้นั้นก็4จะได้รับสิ่งที่ทูลขอ
Q1 ยากอบบอกถึง “พระลักษณะของพระเจ้า” อย่างน้อย 4 ประการ เพื่อหนุนใจเราให้ “อธิษฐานขอสติปัญญา” จากพระเจ้า เมื่อเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบาก คืออะไรบ้าง?
Q2 “พระลักษณะของพระเจ้า” ทั้ง 4 ประการหนุนใจคุณใน “การอธิษฐาน” และ “การมีชัยชนะ” เหนือปัญหาต่างๆ ที่คุณมีอยู่ในเวลานี้อย่างไร? (ดู มัทธิว 7:9-11 ประกอบ)
หมายเหตุ: มัทธิว 7:9-11 9 ในพวกท่านมีใครบ้างที่จะเอาก้อนหินให้บุตร เมื่อเขาขอขนมปัง 10 หรือให้งูเมื่อบุตรขอปลา 11 เหตุฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายเองผู้เป็นคนบาป ยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ จะประทานของดีแก่ผู้ที่ขอต่อพระองค์
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เฉลยธรรมบัญญัติ 30-31 มาระโก 15:1-20
วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม โรม 14:8 “เพื่อ….”
ถ้าเรามีชีวิตอยู่ ก็มีชีวิตอยู่@เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และถ้าเราตายก็ตาย
@เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เหตุฉะนั้นไม่ว่าเรามีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ตาม
เราก็เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า
Q1 เปาโล “หนุนใจ” เราทุกๆ คนที่ “เป็นสาวก” “เป็นคนของพระเจ้า” ให้มี “เป้าหมาย” ในการดำเนินชีวิตในทุกๆ วันอย่างไร? (สังเกตคำหลังคำว่า “เพื่อ”)
Q2 “เรา (คุณ) ก็เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า” มีความหมายต่อการดำเนินชีวิตของคุณในฐานะ “คริสเตียน” อย่างไร? (ดู ฟีลิปปี 1:20 ประกอบ)
หมายเหตุ: ฟีลิปปี 1:20 เพราะว่าเป็นความมุ่งมาดปรารถนาและความหวัง ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความละอายใดๆ เลย แต่เมื่อก่อนทุกครั้งมีใจกล้าเสมอฉันใด บัดนี้ก็ขอให้เป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอ แม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เฉลยธรรมบัญญัติ 28-29 มาระโก 14:53-72
วันพุธที่ 15 มีนาคม โรม 15:5-6 “มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”
ขอพระเจ้าแห่งความเพียรและความชูใจ
ทรงโปรดช่วยให้ท่านมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันตามอย่างพระเยซูคริสต์
เพื่อ@ท่านทั้งหลายจะได้พร้อมใจกันสรรเสริญพระเจ้า
ผู้ทรงเป็นพระบิดาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
Q1 อะไรคือ “เป้าหมายหลัก” ของ “การมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ในคริสตจักร? (สังเกตคำหลังคำว่า “เพื่อ”)
Q2 คุณจะมีส่วนทำให้พระคัมภีร์ข้อนี้เป็นจริงใน “คริสตจักรพระคุณ” อย่างไร? (ดู สดุดี 133:1-3 ประกอบ) หมายเหตุ: สดุดี 133:1-31 ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เป็นการดี และน่าชื่นใจมากสักเท่าใด 2 เหมือนน้ำมันประเสริฐอยู่บนศีรษะไหลอาบลงมาบนหนวดเครา บนหนวดเคราของอาโรน ไหลอาบลงมาบนคอเสื้อของท่าน 3 เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน ซึ่งตกลงบนเทือกเขาศิโยน เพราะว่าพระเจ้าทรงบังคับบัญชาพระพรที่นั่น คือชีวิตจำเริญเป็นนิตย์
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เฉลยธรรมบัญญัติ 26-27 มาระโก 14:27-52