นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้า#ได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น

Q1 อะไรคือ “เหตุผล” ที่เราควรจะ “เปรมปรีดิ์” และ “ยินดี” ในวันของพระเจ้า (การนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์)? (สังเกตคำหลัง #)
Q2 คุณจะนำพระคัมภีร์ข้อนี้มาใช้ใน “วันอาทิตย์ที่จะมาถึง” ซึ่งเป็น “วันของพระเจ้า” อย่างไร? (ดู สดุดี 27:4 ประกอบ)
หมายเหตุ: สดุดี 27:4 ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหาเสมอ คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าตลอดวันเวลาชั่วชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อจะดูความงามของพระเจ้า และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 50 ฮีบรู 8

เหตุฉะนี้ พวกที่รักของข้าพเจ้า เมื่อท่านเชื่อฟังทุกเวลาฉันใด
ท่านทั้งหลายจงอุตส่าห์ประพฤติ เพื่อให้ได้ความรอด
ด้วยความเกรงกลัวและตัวสั่นฉันนั้น มิใช่เฉพาะเมื่อข้าพเจ้าอยู่กับท่านเท่านั้น
แต่จงยิ่งประพฤติให้มากขึ้น ในเมื่อข้าพเจ้าไม่อยู่ด้วย

Q1 คำว่า “เชื่อฟังทุกเวลา” และ “เกรงกลัวและตัวสั่น” เกี่ยวข้องกับ “การประพฤติของผู้ที่เชื่อ” อย่างไร? (ดู 2 โครินธ์ 1:12 ประกอบ)
Q2 “จงอุตส่าห์ประพฤติ” และ “จงยิ่งประพฤติให้มากขึ้น” กำลัง “เตือนสติ” คุณในการประพฤติเรื่องใด? (ดู 1 ทิโมธี 4:12 ประกอบ)
หมายเหตุ: 2 โครินธ์ 1:12 นี่เป็นสิ่งที่เราอวดได้ คือใจสำนึกผิดชอบของเราเป็นพยานว่า เราได้ประพฤติตนเป็นที่ประจักษ์แก่โลก และยิ่งกว่านั้นก็คือการประพฤติต่อท่านทั้งหลายด้วยน้ำใจบริสุทธิ์ และด้วยความจริงใจซึ่งมาจากพระเจ้า และมิใช่ตามปัญญาของโลก แต่ตามพระคุณซึ่งพระเจ้าได้ทรงโปรดประทาน1 ทิโมธี 4:12 อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 48-49  ฮีบรู 7

ด้วยว่าซึ่งพระองค์ได้ทรงตายนั้นพระองค์ได้ทรงตายต่อบาปหนเดียวเป็นพอ
แต่ซึ่งพระองค์ทรงชีวิตอยู่นั้น พระองค์ทรงชีวิตสนิทกับพระเจ้า
เหมือนกันเช่นนั้นแหละ ท่านทั้งหลาย#จงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป
และ#มีชีวิตสนิทกับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์

Q1 เปาโลได้เปรียบเทียบ “การตาย” และ “การเป็นขึ้นมา” ของพระเยซูคริสต์กับ “การดำเนินชีวิตคริสเตียน” อย่างไร? (สังเกตคำหลังคำว่า “จง” และ “มี”)
Q2 “การตาย” และ “การเป็นขึ้นมา” ของพระเยซูคริสต์มีผลต่อ “การดำเนินชีวิต” ของคุณอย่างไร? (ดู กาลาเทีย 2:20 ประกอบ)
หมายเหตุ: กาลาเทีย 2:20 ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว ข้าพเจ้าเองไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่พระคริสต์ต่างหากที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า ชีวิตซึ่งข้าพเจ้าดำเนินอยู่ในร่างกายขณะนี้ ข้าพเจ้าดำเนินอยู่โดยศรัทธาในพระบุตรของพระเจ้า ผู้ได้ทรงรักข้าพเจ้า และได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อข้าพเจ้า


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 46-47  ฮีบรู 6

เขา (บาเรียน**) ทูลตอบว่า #“จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า
ด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า ด้วยสุดกำลังและสิ้นสุดความคิดของเจ้า
และ #จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า
“ท่านตอบถูกแล้ว จงกระทำอย่างนั้นแล้วจะได้ชีวิต”

Q1 บาเรียน “สรุปหลักคำสอน” ในพระคัมภีร์ออกมาได้ 2 ประการ คือ (สังเกตคำหลังคำว่า “จง”)
Q2 คำพูดของพระเยซูคริสต์ที่ว่า “จงทำอย่างนั้นแล้วจะได้ชีวิต” มีส่วนผลักดันให้ “หลักคำสอน” ทั้ง 2 ประการ เป็นจริงในชีวิตของคุณอย่างไร?
หมายเหตุ: บาเรียน** หมายถึง ครูสอนศาสนา


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 43-45  ฮีบรู 5

ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือ#ความรัก #kความปลาบปลื้มใจ
#สันติสุข #ความอดกลั้นใจ #ความปรานี #ความดี #ความสัตย์ซื่อ
#ความสุภาพอ่อนน้อม #การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

Q1 “ผลของพระวิญญาณ” ทั้ง 9 อย่าง คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณอยากให้ “ผลของพระวิญญาณ” ประการใด เกิดขึ้นในชีวิตของคุณมากที่สุดอธิษฐานขอการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 40-42  ฮีบรู 4

1270/5791