พระบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน
ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้
คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน

Q1 “บัญญัติใหม่” ที่พระเยซูคริสต์ทรงให้กับสาวกของพระองค์คือ?
Q2 “บัญญัติใหม่” จะเกิดขึ้นและเป็นจริงใน “ชีวิตของคุณ” และใน “คริสตจักรพระคุณ” ได้อย่างไร? (ดู 1 ยอห์น 3:18 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 ยอห์น 3:18 ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เอเสเคียล 8-10  ฮีบรู 13

ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา
ขอให้ท่าน#ปรองดองกัน #อย่าถือพวกถือคณะ แต่ขอให้ท่านเป็น#น้ำหนึ่งใจเดียวกัน

Q1 เปาโล “วิงวอน” ต่อพระนามของพระเยซูคริสต์ ขอให้ชีวิตของพี่น้องในคริสตจักรที่เมืองโครินธ์เป็นอย่างไร?
Q2 คุณจะมีส่วนทำให้ “คำวิงวอน” ของเปาโล “เกิดขึ้น” และ “เป็นจริง” ในคริสตจักรพระคุณอย่างไร?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เอเสเคียล 5-7  ฮีบรู 12

พระเจ้าทรง#พระพิโรธช้า ทรง#อุดมในความรักมั่นคง
ทรง#โปรดยกโทษและ#ให้อภัยการทรยศ แต่ถือว่า#ไม่มีโทษหามิได้
ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานสามชั่วสี่ชั่วอายุ

Q1 พระคัมภีร์ข้อนี้แสดงให้เห็นถึง “พระลักษณะของพระเจ้า” อย่างน้อย 5 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 คำพูดที่ว่า “แต่ถือว่าไม่มีโทษหามิได้ ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานสามชั่วสี่ชั่วอายุ***” เตือนสติคุณในการตัดสินใจกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในวันนี้อย่างไร? (ดู หมายเหตุ ประกอบ)
หมายเหตุ: ***“ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานสามชั่วสี่ชั่วอายุ” ไม่ได้หมายความว่า มีการรับโทษแทนกันและกัน หรือ รับกรรมแทนกัน แต่หมายถึง ผลกระทบของความผิดบาปที่คนหนึ่งกระทำ จะมีผลกระทบต่อคนในรุ่นต่อๆ มา


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เอเสเคียล 3-4  ฮีบรู 11:20-40

เราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา
ในโลกนี้#ท่านจะประสบความทุกข์ยาก
แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว

Q1 พระเยซูคริสต์บอก “ความจริง” เกี่ยวกับ “การดำเนินชีวิตคริสเตียน” ในโลกใบนี้อย่างไร? (สังเกตคำหลังคำว่า “ในโลกนี้” และ ดู ยอห์น 15:20 ประกอบ)
Q2 “แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว” หนุนใจคุณในการดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างไร? (ดู โรม 8:31-32 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยอห์น 15:20 จงระลึกถึงคำที่เราได้กล่าวแก่ท่านทั้งหลายแล้วว่า ‘บ่าวมิได้เป็นใหญ่กว่านาย’ ถ้าเขาข่มเหงเรา เขาก็จะข่มเหงท่านทั้งหลายด้วย ถ้าเขาปฏิบัติตามคำของเรา เขาก็จะปฏิบัติตามคำของท่านทั้งหลายด้วยโรม 8:31-3231 ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา 32 พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลายด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เอเสเคียล 1-2  ฮีบรู 11:1-19

เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า
“การซึ่งหญิงนี้ได้กระทำจะเลื่องลือไปเป็นที่ระลึกถึงเขาที่ไหนๆ
ที่ข่าวประเสริฐนี้จะประกาศไปทั่วพิภพ”

Q1 ทำไมพระเยซูคริสต์จึง “ชมเชย” ใน “การซึ่งหญิงนี้ได้กระทำ” เพื่อพระองค์? (ดู มัทธิว 26:7, 12 ประกอบ)
Q2 ถ้าวันนี้พระเยซูคริสต์จะ “ชมเชยคุณ” คุณคิดว่า พระองค์จะชมเชยคุณใน “สิ่งใดที่คุณได้กระทำ” เพื่อพระองค์? อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับการดีที่คุณได้ทำ
หมายเหตุ มัทธิว 26:7,127 ขณะเมื่อทรงนั่งเสวยพระกระยาหารอยู่ มีหญิงผู้หนึ่งถือผอบน้ำมันหอมราคาแพงมากมาเฝ้าพระองค์ แล้วเทน้ำมันนั้นบนพระเศียรของพระองค์ 12 ซึ่งหญิงนี้ได้เทน้ำมันหอมบนกายเรา เขากระทำเพื่อการศพของเรา


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: บทเพลงคร่ำครวญ 3-5  ฮีบรู 10:19-39

1285/5813