วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม เอเฟซัส 2:19 “ไม่ใช่คนต่างด้าวต่างแดนอีกต่อไป”
เหตุฉะนั้นท่านจึงไม่ใช่คนต่างด้าวต่างแดนอีกต่อไป
แต่ว่าเป็นพลเมืองเดียวกันกับธรรมิกชน และเป็นครอบครัวของพระเจ้า
Q1 คนที่เชื่อและไว้วางใจในพระเยซูคริสต์ และต้อนรับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด จะเปลี่ยนสถานะจาก “คนต่างด้าวต่างแดน” เป็น “คนแบบไหน”?
Q2 การได้เข้ามา “เป็นพลเมืองของพระเจ้า” “เป็นคนในครอบครัวของพระเจ้า” มีความหมายต่อชีวิตของคุณอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เยเรมีย์ 1-2 1 ทิโมธี 3
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม เยเรมีย์ 24:7 “ความรักของพระเจ้า”
เราจะให้จิตใจแก่เขาที่จะรู้จักว่าเราคือพระเจ้า
และเขาทั้งหลายจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา
เพราะเขาทั้งหลายจะกลับมาหาเราด้วยความเต็มใจ
Q1 แม้ว่าอิสราเอลจะกบฏต่อพระเจ้า หันหลังให้พระเจ้า นับถือรูปเคารพ และลืมไปว่า พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา แต่พระคัมภีร์ข้อนี้แสดงให้เห็นถึง “ความรักของพระเจ้า” ที่มีต่อชนชาติอิสราเอลอย่างไร? (ใคร่ครวญคำว่า “เราจะ” “ของเรา” “ของเขา” “เต็มใจ”)
Q2 ทบทวนชีวิตของคุณว่า ตอนนี้คุณได้กระทำสิ่งใดที่เหมือนกับการกบฏต่อพระเจ้า หันหลังให้พระเจ้า นับถือรูปเคารพ และลืมไปว่า พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของคุณบ้าง อธิษฐานสารภาพ ขอกำลัง การเปลี่ยนแปลง และกลับมาพระเจ้าก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป (ดู 1 ยอห์น 1:9 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 ยอห์น 1:9 ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 65-66 1 ทิโมธี 2
วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2 ทิโมธี 2:1-2 “ดูแล”
เหตุฉะนั้นบุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเข้มแข็งขึ้นในพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์
จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน
ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย
Q1 เปาโลได้ให้คำแนะนำทิโมธีในการดูแลคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส ทั้ง “การดูแลตนเอง” และ “การดูแลคนอื่นๆ” ในคริสตจักรอย่างไร? (สังเกตคำหลังคำว่า “จง”)
Q2 คุณจะนำ “คำแนะนำ” ของเปาโลมาใช้ “ดูแลตัวเอง” และ “ดูแลคนอื่น” อย่างไร? (ดู ลูกา 6:31 ประกอบ)
หมายเหตุ: ลูกา 6:31 จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 62-64 1 ทิโมธี 1
วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม สดุดี 40:1 “เพียรรอคอย”
ข้าพเจ้าได้เพียรรอคอยพระเจ้า
พระองค์ทรงเอนพระองค์ลงฟังคำร้องทูลของข้าพเจ้า
Q1 คำว่า “เพียรรอคอย” เกี่ยวกับ “พระองค์ทรงฟังคำร้องทูล” อย่างไร? (ดู ลูกา 18:1-8 ประกอบ)
Q2 คุณจะนำพระคัมภีร์ข้อนี้ไปใช้ในการอธิษฐานของคุณอย่างไร?
หมายเหตุ: ลูกา 18:1-8 1 พระองค์ตรัสคำอุปมาเรื่องหนึ่งให้เขาฟัง เพื่อสอนว่าคนทั้งหลายควรอธิษฐานอยู่เสมอ ไม่อ่อนระอาใจ 2 พระองค์ตรัสว่า “ในนครหนึ่งมีผู้พิพากษาคนหนึ่ง ที่มิได้เกรงกลัวพระเจ้าและมิได้เห็นแก่มนุษย์ 3 ในนครนั้นมีหญิงม่ายคนหนึ่งมาหาผู้พิพากษาผู้นั้นพูดว่า ‘ขอให้ความยุติธรรมแก่ข้าพเจ้าในการสู้ความเถิด’ 4 ฝ่ายผู้พิพากษานั้นไม่ยอมทำจนช้านาน แต่ภายหลังเขานึกในใจว่า ‘แม้ว่าเราไม่ยำเกรงพระเจ้า และไม่เห็นแก่มนุษย์ 5 แต่เพราะแม่ม่ายคนนี้มากวนเราให้ลำบาก เราจะให้ความยุติธรรมแก่นาง เพื่อมิให้นางมารบกวนบ่อยๆ ให้เรารำคาญใจ’ ” 6 และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “จงฟังคำที่ผู้พิพากษาอธรรมนี้ได้พูด 7 พระเจ้าจะไม่ทรงประทานความยุติธรรมแก่คนที่พระองค์ได้ทรงเลือกไว้ ผู้ร้องถึงพระองค์ทั้งกลางวันกลางคืนหรือ พระองค์จะอดพระทัยไว้ช้านานหรือ 8 เราบอกท่านทั้งหลายว่า พระองค์จะทรงประทานความยุติธรรมให้เขาโดยเร็ว แต่เมื่อบุตรมนุษย์มา ท่านจะพบความเชื่อในแผ่นดินโลกหรือ
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 59-61 2 เธสะโลนิกา 3
วันพุธที่ 19 ตุลาคม เอเฟซัส 1:17 “เป้าหมาย”
ข้าพเจ้าอธิษฐานว่า ขอพระเจ้าแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา
คือพระบิดาผู้ทรงพระสิริทรงโปรดประทานให้ท่านทั้งหลาย
มีจิตใจอันประกอบด้วยสติปัญญา และความประจักษ์แจ้งในเรื่องความรู้ถึงพระองค์
Q1 เมื่อเปาโลอธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าเพื่อพี่น้องที่เมืองเอเฟซัส ท่านมี “เป้าหมาย” ที่ชัดเจนอย่างน้อย 2 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 ถ้า “เป้าหมาย” ทั้ง 2 ประการเป็นจริงในชีวิตของคุณ ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 56-58 2 เธสะโลนิกา 2