แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย
เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่
และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์

Q1 ทำไม “ความเชื่อ” ที่ว่า “พระเจ้าทรงดำรงพระชนม์อยู่” จึงมีความสำคัญต่อ “การมาเข้าเฝ้าพระเจ้า” ของเราที่เป็นคริสเตียน? (ดู สดุดี 115:5-8 ประกอบ)
Q2 การที่คุณตระหนักรู้ว่า “พระเจ้าทรงดำรงพระชนม์อยู่” จะทำให้การนมัสการในวันอาทิตย์ที่จะมาถึงของคุณเหมือนหรือแตกต่างไปจากเดิมอย่างไร?

หมายเหตุ: สดุดี 115:5-85 รูปเหล่านั้นมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่ดูไม่ได้ 6 มีหู แต่ฟังไม่ได้ยิน มีจมูก แต่ดมไม่ได้ 7 มีมือ แต่คลำไม่ได้ มีเท้า แต่เดินไม่ได้ รูปเหล่านั้นทำเสียงในคอไม่ได้ 8 ผู้ที่ทำรูปเหล่านั้นจะเป็นเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปเหล่านั้นก็เช่นกัน


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 28-29   ยอห์น 9:24-41

ดูก่อนท่านพี่น้องทั้งหลาย จงระวังให้ดี เพื่อจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่านมีใจชั่ว
และไม่เชื่อคือใจซึ่งพาท่านหลงไปจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์
ท่านจงเตือนสติกันและกันทุกวัน ตลอดเวลาที่เรียกว่า “วันนี้”
เพื่อว่าจะไม่มีผู้ใดในพวกท่านมีใจแข็งกระด้างไป เพราะเล่ห์กลของบาป

Q1 ผู้เขียนฮีบรูบอก “วิธีการ” อย่างน้อย 2 ประการ ที่จะ “ป้องกัน” ไม่ให้เราหลงไปตามคำสอนที่ผิด ไม่ให้มีใจแข็งกระด้าง ไม่ให้ทำความผิดบาป และไม่หลงไปจากทางของพระเจ้า คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะมีส่วน “ป้องกัน” ไม่ให้ตัวเอง และพี่น้องในคริสตจักรพระคุณหลงไปตามคำสอนที่ผิดๆ รวมถึงมีใจแข็งกระด้าง กระทำความผิดบาป และหลงไปจากทางของพระเจ้าอย่างไร?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 25-27   ยอห์น 9:1-23

“เรา (พระเยซูคริสต์) กล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่า
ถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกันขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด (ในนามของเรา)
พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้
ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนๆ ในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น”

Q1 คำพูดที่ว่า “เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น” มีความสำคัญต่อการ “อธิษฐาน” และ “การประชุม” ของคริสเตียนอย่างไร?
Q2 พระคัมภีร์ตอนนี้หนุนใจคุณในการเข้าร่วมนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ / การเข้ากลุ่มสามัคคีธรรม / กลุ่มรวีฯ / กลุ่มเซล / กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ / ประชุมอธิษฐาน ฯลฯ อย่างไร? (ดู ฮีบรู 10:25 ประกอบ)

หมายเหตุ: ฮีบรู 10:25 อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น แต่จงพูดหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะท่านทั้งหลายก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 22-24   ยอห์น 8:31-59

พระวาทะ (พระเยซูคริสต์) ได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา
บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์
คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา

Q1 พระเยซูคริสต์ทรงบริบูรณ์ด้วย “พระคุณ” และ “ความจริง” และ แสดงถึง “พระสิริ” (ความดีงาม) ของพระเจ้าอย่างไร? (ดู โรม 5:8-9 ประกอบ)
Q2 ในการเป็น “สาวกติดตามพระเยซูคริสต์” คุณจะทำให้คนอื่นเห็นถึง “พระสิริ” (ความดีงาม) ของพระเจ้าในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู เอเฟซัส 5:1-2 ประกอบ)

หมายเหตุ: โรม 5:8-9 8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา 9 เพราะเหตุนั้นเมื่อเราเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยพระโลหิตของพระองค์ ยิ่งกว่านั้นเราจะพ้นจากพระอาชญาของพระเจ้าโดยพระองค์เอเฟซัส 5:1-21 เหตุฉะนั้นท่านจงเลียนแบบของพระเจ้า ให้สมกับเป็นบุตรที่รัก 2 และจงดำเนินชีวิตในความรัก เหมือนดังที่พระคริสต์ได้ทรงรักเราทั้งหลาย และทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา ให้เป็นเครื่องถวายและเครื่องบูชาอันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 19-21   ยอห์น 8:1-30

เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้าและเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเจ้า
เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเจ้า
และให้ใจเนื้อแก่เจ้า และเราจะใส่วิญญาณของเราภายในเจ้า
และกระทำให้เจ้าดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา
และให้รักษากฎหมายของเราและกระทำตาม

Q1 อะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อพระเจ้าทรงใส่ “ใจใหม่” และ “วิญญาณใหม่” ในชีวิตของผู้ที่เชื่อ?  
Q2 คุณมี “ใจหิน” ที่แข็งกระด้างกับพระเจ้าในเรื่องใดบ้าง? อธิษฐานขอการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า ขอพระองค์ทรงเปลี่ยนใจหินให้เป็น “ใจเนื้อ” “ใจใหม่” (ดู ฟีลิปปี 2:13 ประกอบ)

หมายเหตุ: ฟีลิปปี 2:13 เพราะว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงกระทำกิจอยู่ภายในท่าน ให้ท่านมีใจปรารถนา ทั้งให้ประพฤติตามชอบพระทัยของพระองค์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 16-18   ยอห์น 7:25-53

1440/5793