จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน

Q1 คุณคิดว่า “คำสอน” ของพระเยซูคริสต์ในเรื่อง “การปฏิบัติต่อผู้อื่น” เป็นคำสอนที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมวันนี้อย่างไร? (ดู 2 ทิโมธี 3:1-5 ประกอบ)
Q2 “ใคร” คือคนที่คุณอยากจะนำ “คำสอน” นี้ไปใช้ด้วย?

หมายเหตุ: 2 ทิโมธี 3:1-51 แต่จงเข้าใจข้อนี้ คือว่าในสมัยจะสิ้นยุคนั้น จะเกิดเหตุการณ์กลียุค 2 เพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน เย่อหยิ่ง ยโส ชอบด่าว่า ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา อกตัญญู ไร้ศีลธรรม 3 ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี 4 ทรยศ มุทะลุ หัวสูง รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า 5 ถือศาสนาแต่เปลือกนอก ส่วนแก่นแท้ของศาสนาเขาไม่ยอมรับ คนเช่นนั้นท่านอย่าคบ


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  2 พงศาวดาร 4-6   ยอห์น 10:22-42

ถ้าเจ้าแสวงปัญญาดุจหาเงิน และเสาะหาปัญญาอย่างหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้นั่นแหละ
เจ้าจะเข้าใจความยำเกรงพระเจ้า และพบความรู้ของพระเจ้า

Q1 ผู้เขียนสุภาษิตหนุนใจว่า ถ้าเรา “แสวงหาปัญญา” (ของพระเจ้า) “ดุจหาเงิน” และ “อย่างหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้” เราจะได้รับผลลัพธ์อย่างไร?
Q2 คุณจะนำพระคัมภีร์ตอนนี้ไปใช้ในการแสวงหา “การทรงนำ” / “น้ำพระทัย” ของพระเจ้า ผ่านการอ่านพระคัมภีร์ การอธิษฐาน การเฝ้าเดี่ยว และการนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์อย่างไร?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  2 พงศาวดาร 1-3   ยอห์น 10:1-21

แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย
เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่
และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์

Q1 ทำไม “ความเชื่อ” ที่ว่า “พระเจ้าทรงดำรงพระชนม์อยู่” จึงมีความสำคัญต่อ “การมาเข้าเฝ้าพระเจ้า” ของเราที่เป็นคริสเตียน? (ดู สดุดี 115:5-8 ประกอบ)
Q2 การที่คุณตระหนักรู้ว่า “พระเจ้าทรงดำรงพระชนม์อยู่” จะทำให้การนมัสการในวันอาทิตย์ที่จะมาถึงของคุณเหมือนหรือแตกต่างไปจากเดิมอย่างไร?

หมายเหตุ: สดุดี 115:5-85 รูปเหล่านั้นมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่ดูไม่ได้ 6 มีหู แต่ฟังไม่ได้ยิน มีจมูก แต่ดมไม่ได้ 7 มีมือ แต่คลำไม่ได้ มีเท้า แต่เดินไม่ได้ รูปเหล่านั้นทำเสียงในคอไม่ได้ 8 ผู้ที่ทำรูปเหล่านั้นจะเป็นเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปเหล่านั้นก็เช่นกัน


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 28-29   ยอห์น 9:24-41

ดูก่อนท่านพี่น้องทั้งหลาย จงระวังให้ดี เพื่อจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่านมีใจชั่ว
และไม่เชื่อคือใจซึ่งพาท่านหลงไปจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์
ท่านจงเตือนสติกันและกันทุกวัน ตลอดเวลาที่เรียกว่า “วันนี้”
เพื่อว่าจะไม่มีผู้ใดในพวกท่านมีใจแข็งกระด้างไป เพราะเล่ห์กลของบาป

Q1 ผู้เขียนฮีบรูบอก “วิธีการ” อย่างน้อย 2 ประการ ที่จะ “ป้องกัน” ไม่ให้เราหลงไปตามคำสอนที่ผิด ไม่ให้มีใจแข็งกระด้าง ไม่ให้ทำความผิดบาป และไม่หลงไปจากทางของพระเจ้า คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะมีส่วน “ป้องกัน” ไม่ให้ตัวเอง และพี่น้องในคริสตจักรพระคุณหลงไปตามคำสอนที่ผิดๆ รวมถึงมีใจแข็งกระด้าง กระทำความผิดบาป และหลงไปจากทางของพระเจ้าอย่างไร?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 25-27   ยอห์น 9:1-23

“เรา (พระเยซูคริสต์) กล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่า
ถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกันขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด (ในนามของเรา)
พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้
ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนๆ ในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น”

Q1 คำพูดที่ว่า “เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น” มีความสำคัญต่อการ “อธิษฐาน” และ “การประชุม” ของคริสเตียนอย่างไร?
Q2 พระคัมภีร์ตอนนี้หนุนใจคุณในการเข้าร่วมนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ / การเข้ากลุ่มสามัคคีธรรม / กลุ่มรวีฯ / กลุ่มเซล / กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ / ประชุมอธิษฐาน ฯลฯ อย่างไร? (ดู ฮีบรู 10:25 ประกอบ)

หมายเหตุ: ฮีบรู 10:25 อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น แต่จงพูดหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะท่านทั้งหลายก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  1 พงศาวดาร 22-24   ยอห์น 8:31-59

1500/5855