พระองค์ (พระเยซูคริสต์) ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์
ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่

Q1 คำว่า “แหล่งแห่งชีวิต” “เป็นความสว่าง” “ส่องเข้ามาในความมืด” และ “ความมืดหาได้ชนะความสว่าง” ช่วยให้เราเห็นถึง “ชีวิตของคนที่เชื่อและไว้วางใจในพระเยซูคริสต์” อย่างไร? (ดู โรม 13:12-14 ประกอบ)
Q2 “ชีวิตของคุณ” ได้สะท้อนให้คนรอบๆ ได้เห็นถึง “ชีวิตและความสว่างของพระเยซูคริสต์” ในแง่มุมใดบ้าง?
หมายเหตุ: โรม 13:12-14 12 กลางคืนล่วงไปมากแล้ว และรุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา เราจงเลิกการกระทำของความมืด และจงสวมเครื่องอาวุธของความสว่าง 13 เราจงประพฤติตัวให้เหมาะสมกับเวลากลางวัน มิใช่เลี้ยงเสพสุราเมามาย มิใช่หยาบโลนลามก มิใช่วิวาทริษยากัน 14 แต่ท่านจงประดับกายด้วยพระเยซูคริสตเจ้า และอย่าจัดเตรียมอะไรไว้บำรุงบำเรอตัณหาของเนื้อหนัง

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 36-38         มัทธิว 23:1-22

คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้
@เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม

Q1 “ความซาบซึ้งในความรักของพระเจ้า” ส่งผลกับการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณอย่างไร? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู เอเฟซัส 4:13 ประกอบ)
Q2 ใช้เวลานี้ทบทวนถึง “ความรักของพระเยซูคริสต์” ที่มีในชีวิตของคุณ และอธิษฐานขอการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณที่คุณอยากมีต่อพระเจ้า
หมายเหตุ: เอเฟซัส 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 34-35         มัทธิว 22:23-46

อย่าละเลยความสามารถที่มีอยู่ในตัวท่าน@ซึ่ง(พระเจ้า)ได้ทรงประทานแก่ท่าน
ตามคำพยากรณ์ @เมื่อคณะผู้ปกครองได้เอามือวางบนท่าน

Q1 เปาโลได้หนุนใจทิโมธีที่จะใช้ “ความสามารถ” ที่ตัวเขามีในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า ด้วยการดูแลพี่น้องที่คริสตจักรเอเฟซัศ โดยให้เหตุผล 2 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะใช้ “ความสามารถ” ที่มีอยู่ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า และเสริมสร้างพี่น้องในคริสตจักรพระคุณอย่างไร?

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 31-32         มัทธิว 22:1-22

เพราะว่าเราไม่ได้เห็นแก่สิ่งของที่เรามองเห็นอยู่ (สิ่งของในโลกนี้)
แต่เห็นแก่สิ่งของที่มองไม่เห็น (ชีวิตนิรันดร์)
เพราะว่าสิ่งของซึ่งมองเห็นอยู่นั้นเป็นของไม่ยั่งยืน (สิ่งของในโลกนี้)
แต่สิ่งซึ่งมองไม่เห็นนั้นก็ถาวรนิรันดร์ (ชีวิตนิรันดร์)

Q1 ทำไมเปาโลจึงหนุนใจเราที่เป็นผู้ที่เชื่อให้ดำเนินชีวิต โดยตั้งเป้าหมายมุ่งไปที่ “สิ่งของที่มองไม่เห็น” มากกว่า “สิ่งของที่มองเห็นอยู่”? (ดู ลูกา 12:20 ประกอบ)
Q2 คุณจะให้ความสำคัญกับ “สิ่งของที่มองไม่เห็น” เป็นอันดับแรก ก่อน “สิ่งของที่มองเห็นอยู่” อย่างไร? (ดู โคโลสี 3:2-4 ประกอบ)
หมายเหตุ: ลูกา 12:20 แต่พระเจ้าตรัสแก่เขาว่า ‘โอ คนโง่ ในคืนวันนี้ชีวิตของเจ้าจะต้องเรียกเอาไปจากเจ้า แล้วของซึ่งเจ้าได้รวบรวมไว้นั้นจะเป็นของใครเล่า’
โคโลสี 3:2-4  2 จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก 3 เพราะว่าท่านได้ตายแล้ว และชีวิตของท่านซ่อนไว้กับพระคริสต์ในพระเจ้า 4 เมื่อพระคริสต์ผู้ทรงเป็นชีวิตของเราทรงปรากฏ ขณะนั้นท่านก็จะปรากฏพร้อมกับพระองค์ในศักดิ์ศรีด้วย

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 29-30         มัทธิว 21:23-46

ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น @ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ
คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

Q1 “เมล็ดพืช” หมายถึง พระวจนะของพระเจ้า ส่วน “ดินดี” หมายถึงอะไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คุณจะเป็น “ดินดี” ของพระเจ้า และเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้างอย่างไร? (ดู ยอห์น 15:10-11 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยอห์น 15:10-11 10 ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามบัญญัติของเรา ท่านก็จะยึดมั่นอยู่ในความรักของเรา เหมือนดังที่เราประพฤติตามพระบัญญัติของพระบิดา และยึดมั่นอยู่ในความรักของพระองค์ 11 นี่คือสิ่งที่เราได้บอกแก่ท่านทั้งหลายแล้ว เพื่อให้ความยินดีของเราดำรงอยู่ในท่าน และให้ความยินดีของท่านเต็มเปี่ยม

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 27-28         มัทธิว 21:1-22

1610/5853