วันจันทร์ที่ 14 กันยายน โรม 8:38-39 “มั่นใจในความรักของพระเจ้า”
เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า @แม้ความตาย @หรือชีวิต @หรือบรรดาทูตสวรรค์
@หรือเทพเจ้า @หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ @หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า
@หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย @หรือซึ่งสูง @หรือซึ่งลึก
@หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า
ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้
Q1 เปาโลได้พูดถึงสิ่งใดบ้างที่คนเรา “คิดว่า” สามารถทำให้เราทั้งหลาย “ถูกตัดขาด” จากความรักของพระเจ้าได้
Q2 คุณกำลังสังสัยใน “ความรักของพระเจ้า” เพราะความผิดบาปที่มี เพราะปัญหาที่มากมาย เพราะความไม่สมบูรณ์ หรือจะด้วยสิ่งใดก็ตาม คำพูดที่ว่า “ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า” และ “จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้” ช่วยให้คุณ “มั่นใจในความรักของพระเจ้า” ที่มีต่อชีวิตของคุณอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สุภาษิต 19-21 2 โครินธ์ 7
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 1 เปโตร 3:8-9 “เรียกให้ท่านกระทำ”
ในที่สุดนี้ ท่านทั้งหลาย@จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน @เห็นอกเห็นใจกัน
@รักกันฉันพี่น้อง @มีจิตใจอ่อนโยนและอ่อนน้อม
@อย่าทำการร้ายตอบแทนการร้าย @อย่าด่าตอบการด่า แต่ตรงกันข้าม@จงอวยพรแก่เขา
ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงเรียกให้ท่านกระทำเช่นนั้น เพื่อท่านจะได้รับพระพร
Q1 เปโตรได้บอกถึง “พระประสงค์ของพระเจ้า” อย่างน้อย 7 ประการที่ “ทรงเรียกให้เรากระทำ” คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะได้รับ “พระพรของพระเจ้า” ผ่านการกระทำทั้ง 7 ประการที่พระเจ้าทรงเรียกให้คุณทำอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สุภาษิต 16-18 2 โครินธ์ 6
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เอเฟซัส 3:20 “รักและห่วงใย”
ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์
กระทำสารพัดมากยิ่งกว่าที่เราจะทูลขอหรือคิดได้
ตามฤทธิ์เดชที่ประกอบกิจอยู่ภายในตัวเรา
Q1 ประโยคที่ว่า “กระทำสารพัดยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิดได้” ทำให้คุณรู้ว่า “พระเจ้าทรงรักและห่วงใยคุณ” มากน้อยแค่ไหน? (ดู สดุดี 8:4 ประกอบ)
Q2 “ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์” จะถูกพูดออกจากปากของคุณในทุกๆ วันของการดำเนินชีวิตอย่างไร?
หมายเหตุ: สดุดี 8:4 มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่าซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สุภาษิต 13-15 2 โครินธ์ 5
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 1 เปโตร 1:18-19 “การประพฤติอันหาสาระมิได้”
ท่านรู้ว่าพระองค์ได้@ทรงไถ่ท่านทั้งหลายออกจากการประพฤติอันหาสาระมิได้
ซึ่งท่านได้รับต่อจากบรรพบุรุษของท่าน @มิใช่ไถ่ไว้ด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายได้
เช่นเงินและทอง @แต่ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตประเสริฐของพระคริสต์
ดังเลือดลูกแกะที่ปราศจากตำหนิหรือจุดด่าง
Q1 เปโตรได้อธิบายถึงคุณลักษณะของ “ชีวิตที่ได้รับการไถ่จากพระเจ้า” ไว้ 3 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 อะไรคือ “การประพฤติอันหาสาระมิได้”* ในชีวิตของคุณ? อธิษฐานขอกำลัง และการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า
หมายเหตุ: การประพฤติอันหาสระมิได้* หมายถึง การดำเนินชีวิตแบบคนที่ไม่มีพระเจ้า ชีวิตที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพียงแค่ให้ตัวเองมีความสุข โดยไม่สนใจว่าถูกหรือผิด ดำเนินชีวิตในความผิดความบาป
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สุภาษิต 10-12 2 โครินธ์ 4
วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน มัทธิว 13:23 “พระวจนะของพระเจ้า”
ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ
@คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง
Q1 เมื่อคนรับฟัง “พระวจนะของพระเจ้า” พร้อมกับ “ความเข้าใจ” สิ่งที่ตามมาคือสิ่งใด? (สังเกตคำหลัง ¥ และดู ฮีบรู 4:12 ประกอบ)
Q2 คุณอยากจะให้พระวจนะของพระเจ้า “เกิดผล” ในชีวิตของคุณในด้านใดบ้าง? อธิษฐานขอกำลังและการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า
หมายเหตุ: ฮีบรู 4:12 เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สุภาษิต 8-9 2 โครินธ์ 3