วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ฟีลิปปี 2:12 “ต่อหน้า & ลับหลัง”
เหตุฉะนี้พวกที่รักของข้าพเจ้า เมื่อท่านเชื่อฟัง@ทุกเวลาฉันใด
ท่านทั้งหลาย@จงอุตส่าห์ประพฤติ เพื่อให้ได้ความรอด
@ด้วยความเกรงกลัวและตัวสั่นฉันนั้น มิใช่เฉพาะเมื่อข้าพเจ้าอยู่กับท่านเท่านั้น
แต่@จงยิ่งประพฤติให้มากขึ้น ในเมื่อข้าพเจ้าไม่อยู่ด้วย
Q1 “การเชื่อฟัง” เกี่ยวข้องกับ “การประพฤติ” ของคริสเตียนทั้ง “ต่อหน้าคนอื่น” และ “ลับหลังคนอื่น” อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้อีกครั้งช้าๆ 2-3 รอบ คุณดำเนินชีวิตแบบ “หน้าไหว้หลังหลอก”* หรือเปล่า? ใช้เวลานี้อธิษฐานขอการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า
หมายเหตุ: “หน้าไหว้หลังหลอก”* ความหมาย สำนวนนี้หมายถึงพฤติกรรมการแสดงออกขณะอยู่ต่อหน้าจะแสดงอีกอย่างหนึ่ง (ดี) แต่พอลับหลังไปแล้วจะแสดงอีกอย่างหนึ่ง (ไม่ดี)
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี โยบ 32-33 กิจการ 14
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2 ทิโมธี 3:16-17 “เป็นประโยชน์”
พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ใน@การสอน
@การตักเตือนว่ากล่าว @การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี
และ@การอบรมในทางธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะ@กระทำการดีทุกอย่าง
Q1 พระวจนะของพระเจ้า “เป็นประโยชน์” ในชีวิตของผู้ที่เชื่อในพระเจ้าอย่างน้อย 5 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 พระคัมภีร์ตอนนี้จะ “เป็นจริง” ในชีวิตของคุณได้อย่างไร
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี โยบ 30-31 กิจการ 13:26-52
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม อิสยาห์ 1:18 “บาปของเจ้า”
พระเจ้าตรัสว่า
“มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม @ก็จะขาวอย่างหิมะ
ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดง @ก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ”
Q1 พระเจ้าทรงให้ “สัญญา” กับ “คนที่สารภาพความผิดบาป” ต่อพระองค์อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คุณพร้อมไหมที่จะ “สารภาพความผิดบาป” ที่คุณกระทำทั้งในอดีต /ปัจจุบัน และรับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า? ใช้เวลานี้กับพระองค์ (ดู 1 ยอห์น1:9-10 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 ยอห์น 1:9-10 9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น 10ถ้าเรากล่าวว่าเราไม่ได้ทำบาป ก็เท่ากับเราทำให้พระองค์เป็นผู้ตรัสมุสา และพระดำรัสของพระองค์ก็มิได้อยู่ในเราทั้งหลายเลย
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี โยบ 28-29 กิจการ 13:1-25
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 1 ยอห์น 3:1 “รู้จักความรัก”
ดังนี้แหละเราจึงรู้จักความรัก
โดยที่พระองค์ได้ทรงยอมสละพระชนม์ของพระองค์เพื่อเราทั้งหลาย
และเราทั้งหลาย@ก็ควรจะสละชีวิตของเราเพื่อพี่น้อง
Q1 การ “รู้จัก (ตระหนักถึง) ความรัก” ของพระเยซูคริสต์ จะส่งผลต่อ “ความสัมพันธ์” ของเรากับ “ผู้อื่น” (พี่น้อง) อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 ผู้อื่น (พี่น้อง) จะ “รู้จักความรัก” ของพระเจ้าที่มีอยู่ในชีวิตของคุณได้อย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี โยบ 25-27 กิจการ 12
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม เอเฟซัส 3:19 “ความไพบูลย์”
คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้
เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม
Q1 คำว่า “ซาบซึ้ง” “ความรัก” และ “ความรู้” เกี่ยวข้องกับการได้รับ “ความไพบูลย์”** ของพระเจ้าอย่างไร? (ดู หมายเหตุ และ โคโลสี 2:6-7 ประกอบ)
Q2 “ความไพบูลย์” ของพระเจ้าจะปรากฏในชีวิตของคุณให้คนอื่นได้เห็นอย่างไร?
หมายเหตุ: ความไพบูลย์** ตรงนี้หมายถึง การมีลักษณะชีวิตคล้ายกับพระเยซูคริสต์ ที่มีชีวิตที่ดีงามสะท้อนพระสิริของพระเจ้า ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อฟัง และอยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้า
โคโลสี 2:6-7 6เหตุฉะนั้นเมื่อท่านได้รับพระเยซูคริสตเจ้าแล้วฉันใด จงปฏิบัติพระองค์ด้วยฉันนั้น 7จงหยั่งรากและก่อร่างสร้างขึ้นในพระองค์ และมั่นคงอยู่ในความเชื่อ ตามที่ท่านได้รับคำสั่งสอนมาแล้ว และจงบริบูรณ์ด้วยการขอบพระคุณ
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี โยบ 22-24 กิจการ 11