วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม โคโลสี 3:13 “มีเรื่องราวต่อกัน (ขัดแย้ง)”
จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน
และถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงยกโทษให้กันและกัน
องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดยกโทษให้ท่านฉันใด
ท่านจงกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน
Q1 เปาโลได้สอนหลักการใน “การอยู่ร่วมกับผู้อื่น” โดยเฉพาะเมื่อ “มีเรื่องราวต่อกัน (ขัดแย้ง)” อย่างน้อย 3 ประการดังนี้คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณกำลัง “มีเรื่องราว (ขัดแย้ง)” กับใคร? คุณจะนำพระคัมภีร์ข้อนี้ไป “คลี่คลาย” ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 97-99 โรม 16
วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม สดุดี 143:10 “พระเจ้าของข้าพระองค์”
ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์ทำตามพระทัยของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์
ขอพระวิญญาณประเสริฐของพระองค์
ทรงนำข้าพระองค์ไปตามวิถีราบ
Q1 ผู้เขียนสดุดีต้องให้พระเจ้า “สอน” และ “นำ” ในเรื่องใด? (สังเกตคำหลังคำว่า “ทรง”)
Q2 คำว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์” มีผลต่อการกระทำตาม “คำสอน” และ “การทรงนำ” ของพระเจ้าในชีวิตของคุณอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 94-96 โรม 15:14-33
วันพุธที่ 15 สิงหาคม มัทธิว 7:24-25 “คำสอนของพระเยซูคริสต์”
เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา (พระเยซูคริสต์) และประพฤติตาม
เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา
ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น
แต่เรือนมิได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา
Q1 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ก็ต่อเมื่อผู้ฟังได้ทำสิ่งใด? (สังเกตคำหลังคำว่า “เหตุฉะนั้น”)
Q2 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” เป็นประโยชน์ในชีวิตของคุณมากน้อยแค่ไหน? อะไรคือ อุปสรรคที่ให้คำสอนของพระเยซูคริสต์ไม่เกิดผลในชีวิตของคุณ
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 91-93 โรม 15:1-13
วันอังคารที่ 14 สิงหาคม สดุดี 119:105 “พระวจนะของพระเจ้า”
พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์
และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์
Q1 คำว่า “เป็นโคมสำหรับเท้า” และ “เป็นความสว่างแก่มรรคา (ทาง)” สะท้อนให้เห็นถึง “บทบาท” ของ “พระวจนะของพระเจ้า” ที่มีต่อการดำเนินชีวิตของผู้ที่เชื่ออย่างไร?
Q2 คุณได้ใช้ “พระวจนะของพระเจ้า” ในการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 89-90 โรม 14
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม ปฐมกาล 4:6-7 “โกรธเคือง”
พระเจ้าจึงตรัสถามคาอินว่า “เจ้าโกรธเคืองหน้าบูดบึ้งอยู่ทำไม
ถ้าเจ้าทำดี เราก็จะพอใจรับเจ้ามิใช่หรือ
ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า
เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้”
Q1 พระเจ้าไม่ได้บอกให้คาอิน “ห้ามโกรธ” แต่พระองค์กำลัง “เตือนสติ” คาอินในเรื่องใด? (ดู เอเฟซัส 4:26 ประกอบ)
Q2 มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้คุณต้อง “โกรธเคืองหน้าบูดบึ้ง” อยู่ในเวลานี้ คุณจะนำ “คำเตือนสติ” จากพระคัมภีร์ตอนนี้ไปใช้จัดการกับเรื่องเหล่านั้นอย่างไร?
หมายเหตุ: เอเฟซัส 4:26 “จะะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป”
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 87-88 โรม 13