ไยรัสคงจะดีใจเมื่อได้รับการตอบรับจากพระเยซูคริสต์ และยิ่งมั่นใจในตัวของพระเยซูคริสต์มากขึ้น เมื่อเห็นหญิงที่ตกโลหิตมา 12 ปี แค่แตะชายเสื้อของพระองค์ก็หายแล้ว ไยรัสคงจะมั่นใจว่า ลูกสาวของเขาต้องหายแน่ๆ แต่ในตอนนั้นเองมีคนจากบ้านของท่าน มาบอกกับไยรัสว่า ลูกสาวของท่านตายแล้ว ไม่ต้องรบกวนพระเยซูคริสต์แล้ว (ข้อ 35)

Q1  ในขณะที่ทุกคนต่างโศกเศร้าร้องไห้เสียใจกับการจากไปของเด็กหญิง แต่พระเยซูคริสต์ทรงแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไปคือ? (ดูข้อ 36, 39 ประกอบ)
Q2  เมื่อพระเยซูคริสต์บอกว่า “จงเชื่อเถิด” หมายถึง ความเชื่อที่ได้บอกไว้ในฮีบรู 11:1 ที่ว่า “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” คุณคิดว่า ในการดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าวันนี้ ยังมีเรื่องใดบ้างที่พระเยซูคริสต์กำลังบอกคุณว่า “จงเชื่อเถิด”

พระเยซูคริสต์และเหล่าสาวกนั่งเรือกลับมาที่เมืองคาเปอรนาอุมอีกครั้ง ทันทีที่ผู้คนรู้ข่าวว่าพระเยซูคริสต์กลับมาแล้ว ผู้คนจำนวนมากก็เดินทางมาหาพระองค์ (ข้อ 21) มีนายธรรมศาลาคนหนึ่งชื่อ ไยรัส มาพบพระเยซูคริสต์ และร้องขอให้พระองค์เสด็จไปรักษาลูกสาวของเขาที่มีอายุ 12 ปี ที่กำลังป่วยหนักอยู่ที่บ้าน ซึ่งพระเยซูคริสต์ก็รับปาก แต่ในขณะที่จะเดินทางไปก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เป็นเรื่องราวของหญิงที่เจ็บป่วยด้วยโรคตกโลหิต และเป็นมานานกว่า 12 ปี

Q1  อะไรคือสาเหตุที่ทำให้หญิงที่เป็นโรคตกโลหิตตัดสินใจเดินไปแตะชายเสื้อของพระเยซูคริสต์? (ดูข้อ 26, 27, 28, 34 ประกอบ)
Q2  พระเยซูคริสต์ไม่ได้ถามว่า “ใครถูกต้องชายเสื้อของเรา” เพราะในเวลานั้นมีผู้คนเบียดเสียดอยู่ แต่พระองค์ถามคำถามที่น่าตกตะลึง เพราะพระองค์ถามว่า “ใครถูกต้องเรา” วันนี้คุณอยากจะถูกต้องพระเยซูคริสต์ และรับเอาฤทธิ์อำนาจจากพระองค์เข้ามารักษาชีวิตของคุณในด้านใดบ้าง?

วันนี้เรายังอยู่ในเหตุการณ์ที่พระเยซูขับผีออกจากชายคนหนึ่งที่เมืองเกราซา พระเยซูคริสต์ทรงสั่งให้มันออกจากร่างของชายหนุ่ม แต่ผีขอพระเยซูคริสต์ย้ายไปสิงในหมู (ประมาณ 200 ตัว) ซึ่งพระองค์ก็อนุญาต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ หมูทั้ง 200 ตัว กระโดดหน้าผาจมน้ำตายทั้งหมด ส่วนผู้ชายหายดี   คนเลี้ยงหมูได้วิ่งเข้าไปในเมืองและเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับชาวเมืองฟัง

Q1  หลังจากที่ชาวเมืองฟัง พวกเขามีความรู้สึกเกรงกลัวพระเยซูคริสต์ (15ข.) และอ้อนวอนขอให้พระองค์รีบเสด็จออกจากเมือง (ข้อ 17) ซึ่งแตกต่างจากเหตุการณ์ปกติที่ผู้คนมักจะมาห้อมล้อม อยากใกล้ชิด และติดตามพระองค์ คุณคิดว่า ทำไมเหตุการณ์จึงกลับตาลปัตรแบบนี้ ? (ดูข้อ 13-14 อีกครั้งหนึ่ง ลองจิตนาการภาพที่เกิดขึ้นในพระคัมภีร์ 2 ข้อนี้)
Q2  ชายที่ถูกผีสิงอยากติดตามพระเยซูคริสต์ แต่พระองค์ปฏิเสธ บอกให้ไปประกาศกับคนในครอบครัว ซึ่งผลที่ตามมาคือ มีผู้คนประหลาดใจ (สนใจ) เป็นจำนวนมาก คิดถึงคนในครอบครัวของคุณ/คนที่คุณรักที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า คุณจะทำให้คนเหล่านั้นประหลาดใจในเรื่องที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำในชีวิตของคุณอย่างไร?

หลังเหตุการณ์การห้ามลมพายุ ที่เหล่าสาวกมีโอกาสได้สัมผัส และรู้จักพระเยซูคริสต์มากขึ้น จนมีคำถามเกิดขึ้นในตอนท้ายของบทที่ 4 ว่า “ท่านผู้นี้เป็นผู้ใดหนอ จนชั้นลมและทะเลก็เชื่อฟังท่าน” (4:41) เมื่อถึงฝั่งเหล่าสาวกได้เผชิญหน้ากับอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นคือ ได้พบกับชายที่ถูกผีสิง ซึ่งไม่มีใครควบคุมได้ ชายคนนี้อาศัยตามอุโมงค์ฝังศพ แม้จะล่ามโซ่ตรวนไว้แต่ก็ถูกระชากขาดด้วยกำลังของผีที่สิงอยู่ แถมยังเอาหินมาเชือดตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในเหตุการณ์นี้เหล่าสาวกได้ค้นพบคำตอบสำหรับคำถามที่เขามีในทะเลเมื่อคืนที่ผ่านมา…..

Q1  แม้พระเยซูคริสต์จะอยู่แต่ไกล แต่ทันทีที่ชายที่ถูกผีสิงเห็นพระองค์ สิ่งที่ชายคนนี้ทำคืออะไร? (ดูข้อ 7 ประกอบ)
Q2  คุณคิดว่า คำพูดของชายที่ถูกผีสิง ช่วยตอบคำถามในใจของพวกสาวกที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างไร (4:41)? และตัวคุณเอง คุณรู้จักพระองค์ในฐานะอะไร?

1ผู้ใดเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ ผู้นั้นก็เกิดจากพระเจ้า

และผู้ใดรักพระองค์ผู้ทรงให้กำเนิด ผู้นั้นก็รักคนที่เกิดจากพระองค์ด้วย

2โดยข้อนี้เราจึงรู้ว่าเรารักคนทั้งหลายที่เป็นบุตรของพระเจ้า

เมื่อเราทั้งหลายรักพระเจ้า และประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์

3เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า

คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์

และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ

4เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า ก็มีชัยต่อโลก

และความเชื่อของเรานี่แหละเป็นชัยชนะที่ชนะโลก

5ใครเล่าชนะโลก ไม่ใช่คนอื่น คือผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง

Q1  อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ 2-3 รอบ โดยในแต่ละรอบให้หยุดพักโดยหลับตาลงสักครู่ ค่อยๆ ให้พระวจนะของพระเจ้าซึมซับลงไปในใจของเรา
Q2  อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกๆ บทเรียนที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์นี้

4230/5952