วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 1 ยอห์น 5:1-5
1ผู้ใดเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ ผู้นั้นก็เกิดจากพระเจ้า
และผู้ใดรักพระองค์ผู้ทรงให้กำเนิด ผู้นั้นก็รักคนที่เกิดจากพระองค์ด้วย
2โดยข้อนี้เราจึงรู้ว่าเรารักคนทั้งหลายที่เป็นบุตรของพระเจ้า
เมื่อเราทั้งหลายรักพระเจ้า และประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์
3เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์
และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ
4เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า ก็มีชัยต่อโลก และความเชื่อของเรานี่แหละเป็นชัยชนะที่ชนะโลก
5ใครเล่าชนะโลก ไม่ใช่คนอื่น คือผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง
Q1 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ 2-3 รอบ โดยในแต่ละรอบให้หยุดพักโดยหลับตาลงสักครู่ ค่อยๆ ให้พระวจนะของพระเจ้าซึมซับลงไปในใจของเรา
Q2 อธิษฐานขอพระเจ้าที่จะช่วยให้คุณผ่านการเฝ้าเดี่ยวแบบใคร่ครวญในอาทิตย์นี้ไปได้อย่างมีความชื่นชมยินดี อธิษฐานขอใจที่สงบ และการอดทนรอคอยที่จะฟังเสียงของพระองค์
วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 1 โครินธ์ 10:23-24 “เห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น”
เคล็ดลับในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอีกอย่างหนึ่งคือ “การยอม” หมายถึง การไม่ยึดติดกับคำตอบที่จะได้ หรือผลประโยชน์ที่จะได้รับ ในทางตรงกันข้าม การยอมคือ การสูญเสียผลประโยชน์ การยอมสูญเสียสิ่งที่จะได้ อาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น
Q1 คำว่า “ทำสิ่งสารพัดได้” “ไม่ใช่จะมีประโยชน์” “ไม่ใช่จะเจริญขึ้น” “อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว” และ “เห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น” มีส่วนทำให้ปัญหาความขัดแย้งหมดไปอย่างไร?
Q2 พระธรรมโยบ 1:21 ที่ว่า “ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดาของข้าพเจ้าตัวเปล่า และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเจ้า” ช่วยให้คุณยอมคนอื่นมากขึ้นได้อย่างไรในเวลาที่มีปัญหาความขัดแย้ง?
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม ลูกา 6:27-31 “จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนา”
เคล็ดลับในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างหนึ่ง คือ “การเอาใจเขา มาใส่ใจเรา” คือ การที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หากคิดที่จะทำอะไรสักอย่างกับผู้อื่น ให้นึกถึงความรู้สึกของเขา โดยสมมุติว่า หากตนเองถูกกระทำเช่นนั้นจะรู้สึกอย่างไร หากเรารู้สึกอย่างไรผู้ที่โดนกระทำก็จะรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน
Q1 คำว่า “จงรัก” “จงทำดี” “จงอวยพร” “จงอธิษฐาน” “จงให้” และ “จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน” มีส่วนทำให้ปัญหาความขัดแย้งหมดไปได้อย่างไร?
Q2 ใครคือคนที่คุณจะนำคำสอนที่ว่า “จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน” ไปใช้ด้วย?
วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม สุภาษิต 15:1-2 “คำอ่อนหวาน”
ในปัญหาความขัดแย้ง อีกสิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นคือ การใช้คำพูดที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย และทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยคิดว่าการใช้คำพูดที่เจ็บปวดเหล่านั้นจะช่วยให้ตนเองได้เปรียบฝั่งตรงข้าม และได้ชัยชนะในที่สุด
Q1 พระคัมภีร์ตอนนี้ได้บอกว่า สิ่งที่จะทำให้ความโกรธหายไป และลดปัญหาความขัดแย้งคืออะไร?
Q2 ชีวิตของพระเยซูคริสต์ใน 1 เปโตร 2:23 ที่ว่า “เมื่อเขากล่าวคำหยาบคายต่อพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงกล่าวตอบเขาด้วยคำหยาบคายเลย เมื่อพระองค์ทรงทนทุกข์ พระองค์ไม่ได้ทรงมาดร้าย แต่ทรงมอบเรื่องของพระองค์ไว้แก่พระเจ้าผู้ทรงพิพากษาอย่างยุติธรรม” เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคุณในการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างไร?
วันพุธที่ 4 มีนาคม เอเฟซัส 4:26 “อย่าทำบาป”
ปัญหาต่อเนื่องอีกอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นในปัญหาความขัดแย้งคือ “ความโกรธ” และความโกรธที่ว่านี้มักจะมาพร้อมกับการโต้ตอบที่รุนแรง และขาดการยับยั้งชั่งใจ และในบางครั้งผลที่ตามมาอาจจะเลวร้ายถึงกับเสียชีวิตกันเลยทีเดียว เหมือนกับที่เราได้เห็นตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์กันบ่อยๆ
Q1 “จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป อย่าให้ถึงตะวันตกท่านยังโกรธอยู่” พระคัมภีร์ตอนนี้กำลังสอนอะไรเราเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง?
Q2 มีคนบอกว่า เวลาคนโกรธ แล้วมักจะขาดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว ความโกรธ อาจจะทำให้เราขาดสติ (คิดไม่รอบคอบ) แต่เรายังควบคุมตนเองได้ เรามีสิทธิที่จะเลือกทำตามอารมณ์ของเราที่โกรธ หรือเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ เหมือนกับที่พระเจ้าเตือนคาอินที่โกรธน้องว่า
“6พระเจ้าจึงตรัสถามคาอินว่า “เจ้าโกรธเคืองหน้าบูดบึ้งอยู่ทำไม 7ถ้าเจ้าทำดี เราก็จะพอใจรับเจ้ามิใช่หรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้” (ปฐมกาล 4:6-7) อธิษฐานขอพระเจ้าให้คุณเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อมีข้อขัดแย้งกับผู้อื่น