วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ มาระโก 4:26-29 “หว่านพืช”
26พระองค์ตรัสว่า “แผ่นดินของพระเจ้าอุปมาเหมือนคนหนึ่งหว่านพืชลงในดิน 27แล้วกลางคืนก็นอนหลับ และกลางวันก็ตื่นขึ้น ฝ่ายพืชนั้นจะงอกจำเริญขึ้นอย่างไรเขาก็ไม่รู้ 28เพราะแผ่นดินเองทำให้พืชงอกจำเริญขึ้นเป็นลำต้นก่อน ภายหลังก็ออกรวง แล้วก็มีเมล็ดข้าวเต็มรวง 29ครั้นสุกแล้วเขาก็ใช้คนไปเกี่ยวเก็บทีเดียว เพราะว่าถึงฤดูเกี่ยวแล้ว”
Q1 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ 2-3 รอบ ค่อยๆ ให้เนื้อหาของพระคัมภีร์ปรากฏเป็นภาพในความคิดของคุณ คำว่า “หว่านพืชลงในดิน” “งอกจำเริญขึ้น” “เป็นลำต้น” “ออกรวง” “เมล็ดข้าว” “สุก” “เก็บเกี่ยว” ช่วยให้คุณเห็นถึงกระบวนการในประกาศข่าวประเสริฐอย่างไร?
Q2 โรม 10:17 เขียนไว้ว่า “ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์” คุณจะมีส่วนในการหว่านพระวจนะของพระเจ้า (ประกาศ) หรือจะมีส่วนในการเก็บเกี่ยว (พาคนมาเชื่อพระเยซูคริสต์) ได้อย่างไร?
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ มาระโก 4:21-25 “ตะเกียง”
คำอุปมาเรื่องต่อมาของพระเยซูคริสต์ก็สอดคล้องกับคำอุปมาดิน 4 แบบ ดูเหมือนว่า คำอุปมาเรื่องนี้พยายามที่จะอธิบายเพิ่มเติมว่า ดินที่ดี ดินที่เกิดผลนั้น ควรจะมีลักษณะอย่างไร พระองค์ทรงใช้คำถามที่รู้คำตอบแล้วอีกครั้ง นั้นคือ “เขาเอาตะเกียงมาสำหรับตั้งไว้ใต้ถัง ใต้เตียงนอนหรือ และมิใช่สำหรับตั้งไว้บนเชิงตะเกียงหรือ?” ซึ่งคำตอบคือ ไม่ได้ตั้งไว้ใต้ถัง ใต้เตียง แต่ตั้งไว้บนเชิงตะเกียง”
Q1 คำว่า “ตั้งไว้บนเชิงตะเกียง” “ไม่มีสิ่งใดซ่อนไว้” “ไม่มีสิ่งใดไม่ปรากฏ” “ไม่มีสิ่งใดปิดบัง” และ “ใครมีหู จงฟังเถิด” เกี่ยวข้องกับการเกิดผลดีอย่างไร?
Q2 คุณจะนำคำเตือนของพระเยซูคริสต์ที่ว่า “จงเอาใจจดจ่อต่อสิ่งที่ฟังให้ดี” ไปใช้ในการดำเนินชีวิตที่เป็นดินดี และเป็นแสงสว่างได้อย่างไร?
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ มาระโก 4:1-20 “ดิน 4 แบบ”
คำอุปมา คือ การเปรียบเทียบสิ่งที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันใช้คำว่า ดุจ ดั่ง ราว เสมือน เป็น เหมือน อย่าง เท่า ราวกับ เป็นต้น ส่วนมากเป็นคำที่ใช้อยู่ใกล้ตัวทุกๆ วัน ถ้า เพื่อสร้างความหมายใหม่ให้เกิดขึ้น พระเยซูคริสต์เองก็ใช้คำอุปมาสำหรับการสอนเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณ เพราะพระองค์ต้องการให้คนที่สนใจจริงๆ เท่านั้นที่จะเข้าใจ
Q1 พระเยซูคริสต์ตรัสเป็นคำอุปมาไว้น่าสนใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “ความหมาย”
Q2 ลองทบทวนชีวิตของคุณว่า คุณเป็นดินแบบไหน? และดินแบบไหนที่พระเจ้าอยากให้คุณเป็น?
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ มาระโก 3:31-35 “ครอบครัวเดียวกัน”
ดูเหมือนว่า คนที่มารายล้อมที่จะฟังคำสอน และดูการอัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้มีเฉพาะคนทั่วไปเท่านั้น แม้แต่คนในครอบครัวของพระเยซูคริสต์ก็อยู่ในบริเวณนั้นด้วย มีบางคนเห็นและทูลบอกพระเยซูคริสต์ว่า “มารดาและน้องของพระองค์มาหา และรอคอยอยู่ข้างนอก” เป็นอีกครั้งที่พระเยซูคริสต์ทรงใช้สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อจะให้บทเรียนฝ่ายจิตวิญญาณ ในเรื่อง “ครอบครัวของพระเจ้า”
Q1 พระเยซูคริสต์ทรงตั้งคำถามว่า “ใครเป็นมารดาของเรา และใครเป็นพี่น้องของเรา” คำตอบคือ? (ดูข้อ 34-35 ประกอบ)
Q2 คุณก็เป็นคนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้า ผ่านทางพระเยซูคริสต์ เหมือนในพระธรรมเอเฟซัส 2:19 ที่ว่า “เหตุฉะนั้นท่านจึงไม่ใช่คนต่างด้าวต่างแดนอีกต่อไป แต่ว่าเป็นพลเมืองเดียวกันกับธรรมิกชน และเป็นครอบครัวของพระเจ้า” คุณคิดว่า พระเจ้าทรงปรารถนาให้คุณมีบทบาทอย่างไรบ้างในครอบครัวใหญ่ที่ชื่อว่า คริสตจักรพระคุณ
วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ มาระโก 3:20-30 “เบเอลเซบูล”
เรื่องราวของพระเยซูคริสต์ในการประกาศสั่งสอน การอัศจรรย์ในเรื่องการรักษาโรค และการขับผีเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว และเป็นเรื่องที่ถูกนำมาพูดคุยถกเถียงกัน โดยเฉพาะในเรื่องการขับผี (ในวัน สะบาโต) มีญาติของพระองค์คิดว่า การกระทำของพระเยซูคริสต์เป็นเรื่องที่คนวิกลจริตทำกัน เพราะปกติไม่มีใครรักษาโรคในวันสะบาโต (ข้อ 21) และมีคนกล่าวหาว่า การที่พระเยซูคริสต์ขับผีออกได้ เพราะถูกเบเอลเซบูลซึ่งเป็นนายของผีทั้งปวงเข้าสิง (ข้อ 22)
Q1 จากลักษณะการตอบของพระเยซูคริสต์ในข้อ 23-27 คุณคิดว่า พระเยซูคริสต์เป็นคนที่วิกลจริต หรือ เป็นคนที่ถูกผีสิงและขาดสติในการควบคุมตนหรือไม่? อธิบาย
Q2 บางครั้งการพูด หรือ การวิพากษ์วิจารณ์ โดยไม่มีข้อมูลที่แน่นอน เป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูด หรือวิพากษ์วิจารณ์พระเจ้า โดยเฉพาะน้ำพระทัยและความจริงของพระเจ้าที่ทรงเปิดเผยผ่านทางพระคัมภีร์ อธิษฐานขอให้จิตใจของคุณเปิดออก และยอมรับคำสอนของพระเจ้าในทุกกรณี