วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม ยอห์น 20:24-29 “แต่เชื่อก็เป็นสุข”
โธมัสซึ่งเป็น 1 ใน 12 สาวกของพระเยซู ได้ชื่อว่า เป็นคนที่จะเชื่อเฉพาะในสิ่งที่ตนเองได้มองเห็น ได้สัมผัส หรือสามารถพิสูจน์ได้เท่านั้น ตอนที่พระเยซูเป็นมาจากความตาย แล้วมีคนมาบอกกับโธมัส แต่เขาก็ไม่เชื่อ และพูดว่า “ถ้าข้าไม่เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ของพระองค์ และไม่ได้เอานิ้วของข้าแยงเข้าไปที่รอยตะปูนั้น และไม่ได้เอามือของข้าแยงเข้าไปที่สีข้างของพระองค์แล้ว ข้าจะไม่เชื่อเลย”
Q1 คุณคิดว่า จากคำพูดของพระเยซูคริสต์ที่ว่า “อย่าขาดความเชื่อเลย” และ “จงเชื่อเถิด” แสดงให้เห็นถึง ความเชื่อของโธมัสที่ต่อพระเยซูคริสต์อย่างไร? (ไม่มีความเชื่อเลย และเต็มไปด้วยความสงสัย หรือ มีความเชื่อแต่ยังสงสัยอยู่)
Q2 คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้เอานิ้วแยงไปที่รอยตะปู และสีข้างของพระเยซูคริสต์ แต่ด้วยเหตุผลอะไรที่ยังทำให้คุณยังเชื่อพระเยซู และเป็นสุขอยู่?
วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม มัทธิว 15:21-28 “ความเชื่อของหญิงผู้เป็นแม่”
เราได้ดูความเชื่อของคนต่างชาติที่เป็นผู้ชายไปแล้ว วันนี้เราจะมาดูความเชื่อของคนต่างชาติที่เป็นผู้หญิงกันบ้าง ที่สำคัญเป็นผู้หญิงที่เป็นแม่ ซึ่งเธอเข้ามาหาพระเยซูทั้งๆ ที่รู้ว่า เธอนั้นไม่มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์ แต่เธอก็ยังมาหาพระองค์ และสุดท้ายเธอก็ได้รับในสิ่งที่เธอปรารถนา นั้นคือ ลูกสาวของเธอหายป่วย
Q1 คุณคิดว่า ทำไมพระเยซูจึงยอมรักษาลูกสาวของหญิงชาวต่างชาติคนนี้? (พิจารณาคำสนทนาระหว่างพระเยซูกับหญิงคนนี้)
Q2 คุณเรียนรู้เกี่ยวกับความเชื่อจากคำพูด และการกระทำของหญิงคนนี้อย่างไรบ้าง?
วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม ยากอบ 5:13-18 “ความเชื่อและคำอธิษฐาน”
หลายครั้งเวลาที่เราเชิญใครอธิษฐานในคริสตจักร เรามักจะมองหาอาจารย์ หรือไม่ก็ศิษยาภิบาล หรือไม่ก็มัคนายก หรือคนที่มีอายุหน่อย ในด้านหนึ่งก็เป็นการให้เกียรติกับอาจารย์
ศิษยาภิบาลและผู้นำของคริสตจักร แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายครั้งเราก็คิดว่า คำอธิษฐานของคนเหล่านี้น่าจะมีพลังและทำให้คำอธิษฐานเกิดผลมากกว่าตัวเราอธิษฐานเอง แต่ยากอบพูดในสิ่งที่ตรงกันข้าม คำอธิษฐานของคริสเตียนธรรมดาก็มีพลังทำให้เกิดผลได้
Q1 ยากอบบอกว่า เอลียาห์ก็เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนเรา คำอธิษฐานก็ใช้คำพูดธรรมดาเหมือนเรา แต่ทำไมคำอธิษฐานของเอลียาห์จึงสามารถทำให้ฝนไม่ตกถึง 3 ปี 6 เดือน? (ดูข้อ 15 ก, 16 ข, 17 ประกอบ)
Q2 คุณคิดว่า คำอธิษฐานของคุณจะเกิดผลเหมือนกับเอลียาห์ได้อย่างไร?
วันพุธที่ 5 มีนาคม มัทธิว 8:5-13 “ความเชื่อที่ไม่ค่อยได้เห็น”
เรื่องราวส่วนใหญ่ในพระคัมภีร์มักจะพูดถึงความเชื่อของชนชาติอิสราเอลที่มีต่อพระเจ้า มีไม่บ่อยครั้งนักที่จะพูดถึงความเชื่อของคนต่างชาติที่มีต่อพระเจ้า นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระคัมภีร์ได้พูดถึงความเชื่อของคนต่างชาติ ที่สำคัญพระเยซูคริสต์ถึงกับเอ่ยปากชมว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราไม่เคยพบศรัทธา (ความเชื่อ) ที่ไหนมากเท่านี้แม้ในอิสราเอล” (ข้อ 10)
Q1 อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พระเยซูถึงกับเอ่ยปากชมนายร้อยซึ่งเป็นต่างชาติคนนี้? (ดูข้อ 8-9 ประกอบ)
Q2 คุณคิดว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้นายร้อยคนนี้มีความเชื่อแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คุณจะเลียนแบบความเชื่อนี้อย่างไร
วันอังคารที่ 4 มีนาคม มาระโก 2:1- 12 “ความเชื่อกับแคร่”
มีชาย 4 คนหามแคร่ที่มีเพื่อนของเขาซึ่งเป็นง่อยนอนอยู่มาหาพระเยซู โดยหวังใจว่า จะเดินได้อีกครั้ง แต่เมื่อมาถึงกับเจอกับอุปสรรคคือ ฝูงชนที่เนืองแน่อยู่รอบบ้าน ทำให้เข้าไปหาพระเยซูไม่ได้ แต่สุดท้ายทั้งหมดก็สามารถเข้าไปพบพระเยซู และได้รับการรักษาจากพระองค์
Q1 ข้อ 5 บอกกับเราว่า “พระองค์เห็นความเชื่อของเขาทั้งหลาย” (ทั้งคนหามและคนง่อย) แต่ในขณะ
เดียวกัน เราก็เห็นความสงสัยที่เกิดขึ้นด้วยจากธรรมาจารย์บางคน ที่คิดในใจว่า “ทำไมคนนี้ (พระเยซู) พูดเช่นนี้ หมิ่นประมาทพระเจ้านี่…” (ข้อ 7) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสุดท้ายคือ? (ดูข้อ 12 ประกอบ)
Q2 ที่ที่มีความเชื่อ ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีความสงสัย แต่ถ้าคุณยังยึดมั่นในสิ่งที่คุณเชื่อ และทำแบบเดียวกับชายทั้ง 5 คน คุณจะได้เห็นการอัศจรรย์จากพระเจ้า คุณพร้อมที่จะทำเหมือนชายทั้ง 5 คน หรือเหมือนธรรมาจารย์คนนั้น