วันเสาร์ที่ 11 มกราคม มาระโก 13:11 “พูดอะไรดี”
เมื่อพวกท่านถูกนำมามอบตัวไว้นั้น อย่ากังวลล่วงหน้าว่าจะพูดอะไรดี
@แต่จงพูดตามที่โปรดประทานให้ท่านพูดในเวลานั้น
เพราะว่าผู้ที่พูดนั้นไม่ใช่ตัวท่านเอง @แต่เป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์
Q1 “ใคร” คือคนที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของผู้ที่เชื่อ เมื่อต้องพูดเป็นพยานในเรื่อง “พระเยซูคริสต์”? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 พระคัมภีร์ข้อนี้หนุนใจคุณ เมื่อต้อง “พูดเป็นพยาน” เรื่องพระเยซูให้กับคนอื่นๆ ฟังอย่างไร? (ดู โรม 8:26-27 ประกอบ)
หมายเหตุ: โรม 8:26-2726 ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าควรจะอธิษฐานขออะไรอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทน ด้วยการคร่ำครวญซึ่งไม่อาจกล่าวเป็นถ้อยคำ 27 และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณ เพราะว่า พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามพระประสงค์ของพระเจ้า
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: ปฐมกาล 27-28 มัทธิว 8:18-34
วันศุกร์ที่ 10 มกราคม ยอห์น 15:17 “คำสั่ง”
สิ่งที่เราสั่งพวกท่านไว้ก็คือ จงรักกันและกัน
Q1 คุณคิดว่า “คำสั่งนี้” มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตคริสเตียน และการอยู่ร่วมกันในคริสตจักรอย่างไร? (ดู มัทธิว 18:21-22 ประกอบ)
Q2 “ใคร” คือคนที่พระเยซู “สั่งให้คุณรัก” และคุณจะรักคนคนนั้นได้อย่างไร? (ดู 1 เปโตร 4:8 ประกอบ) ปล. โดยปกติ “คนที่ต้องสั่งให้รัก” คือ “คนที่เราไม่อยากจะรัก” สักเท่าไร
หมายเหตุ: มัทธิว 18:21-22 21 ขณะนั้นเปโตรมาทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ควรยกโทษให้พี่น้องที่ทำผิดต่อข้าพระองค์สักกี่ครั้ง? ถึงเจ็ดครั้งเชียวหรือ?” 22 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราไม่ได้บอกท่านว่าเจ็ดครั้งแต่เจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ด1 เปโตร 4:8 เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ จงรักกันและกันให้มาก เพราะความรักให้อภัยบาปมากมายได้
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: ปฐมกาล 25-26 มัทธิว 8:1-17
วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม ยอห์น 14:13-14 “ในนามของเรา”
สิ่งใดที่พวกท่านขอในนามของเรา 1.เราจะทำสิ่งนั้น
เพื่อว่า2.พระบิดาจะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร
สิ่งใดที่พวกท่านขอในนามของเรา เราจะทำสิ่งนั้น
Q1 มี “ผลลัพธ์” อย่างน้อย 2 ประการ เมื่อผู้ที่เชื่ออธิษฐาน “ในพระนามของพระเยซู” คืออะไรบ้าง?
Q2 “ผลลัพธ์” ของพระคัมภีร์ตอนนี้ จะช่วยให้คุณมี “ความเชื่อและมั่นใจ” เมื่อคุณอธิษฐาน และจบคำอธิษฐานว่า “ในนามของพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน” อย่างไร? (ดู มัทธิว 7:7-8 ประกอบ)
หมายเหตุ: มัทธิว 7:7-11 7 “จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่พวกท่าน 8 เพราะว่าทุกคนที่ขอก็ได้ และทุกคนที่แสวงหาก็พบ ทุกคนที่เคาะก็จะเปิดให้เขา 9 ในพวกท่านมีใครบ้างที่จะเอาก้อนหินให้ลูกเมื่อเขาขอขนมปัง? 10 หรือให้งูเมื่อลูกขอปลา? 11 เพราะฉะนั้น ถ้าพวกท่านเองผู้เป็นคนบาปยังรู้จักให้ของดีแก่ลูกของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์จะประทานสิ่งดีแก่พวกที่ขอต่อพระองค์
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: ปฐมกาล 23-24 มัทธิว 7
วันพุธที่ 8 มกราคม 1 เปโตร 5:7 “ทรงห่วงใยท่าน”
จงละความกังวลทุกอย่างของพวกท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย
Q1 ประโยคที่ว่า “เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่าน” ช่วยให้เราละ “ความกังวล” ที่เรามีไว้กับพระเจ้าอย่างไร? (ดู อิสยาห์ 43:2 ประกอบ)
Q2 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ 2-3 รอบ จนคุณจำเนื้อหาของพระคัมภีร์ตอนนี้ได้ เขียนความกังวลของคุณที่มีอยู่สัก 2 เรื่อง อธิษฐานมอบสิ่งที่คุณ “กังวล” ไว้กับพระเจ้า
หมายเหตุ: อิสยาห์ 43:2 เมื่อเจ้าลุยข้ามน้ำ เราจะอยู่กับเจ้า และเมื่อข้ามแม่น้ำ มันจะไม่ท่วมเจ้า เมื่อเจ้าเดินผ่านไฟ เจ้าจะไม่ถูกไหม้ และเปลวเพลิงจะไม่เผาเจ้า
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: ปฐมกาล 20-22 มัทธิว 6:19-34
วันอังคารที่ 7 มกราคม ฟีลิปปี 4:6-7 “ให้ทรงทราบทุกสิ่ง”
อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ
โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ
แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิด
ของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์
Q1 คำว่า “อย่ากระวนกระวาย*ในสิ่งใดๆ เลย” “สันติสุข” “เกินความเข้าใจ” และ “คุ้มครองจิตใจและความคิด” มีส่วนผลักดันให้ผู้ที่เชื่อ “อธิษฐานทูลทุกเรื่องในชีวิต” ต่อพระเจ้าอย่างไร?
Q2 ใช้เวลานี้อธิษฐานทูลขอสิ่งที่เป็นความปรารถนาของคุณต่อพระเจ้า และเชื่อมั่นในความจริงของพระคัมภีร์ข้อนี้ หมายเหตุ: กระวนกระวาย* หมายถึง สภาวะทางอารมณ์ที่รู้สึกกังวล วุ่นวายใจ ร้อนใจ ทุกข์ใจ ไม่มีความสุข เกิดอาการเครียด จนบางครั้งกินไม่ได้ นอนไม่หลับ
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: ปฐมกาล 18-19 มัทธิว 6:1-18