คำสอนผิดที่เข้ามาในยุคนั้นไม่ได้แตกต่างกันกับในยุคนี้ เพราะมีการเพิ่มเติมเสริมแต่งให้เรื่องราวดูน่าเชื่อถือ ลึกลับ (ข้อ 16)  ซึ่งบางครั้งคริสเตียนก็หลงทางคิดว่า การที่จะป้องกันความเชื่อคือ การเข้าใจว่า คำสอนผิด สอนอะไร มีเบื้องหลังความเป็นมาอย่างไร แต่เปโตรกลับให้แนวทางในการป้องกันความเชื่อที่แตกต่างออกไป

Q1  เปโตรได้บอกแนวทางในการป้องกันความเชื่อของคริสเตียน คือการมีความเข้าใจในเรื่องใด? (ดูข้อ 16ก, 17, 18, 20 ประกอบ)
Q2  คุณจะใช้คำพูดประโยคนี้ “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านผู้นี้มาก” ในการรักษาความเชื่อและต่อสู้กับคำสอนผิดที่เข้ามาในชีวิตของคุณอย่างไร?

เปโตรเริ่มต้นจดหมายอย่างสนใจ โดยกล่าวว่า ความเชื่อของท่านและพี่น้องทุกคนนั้นเท่าเทียมกัน ไม่มีใครที่จะมีความเชื่อมากกว่า หรือยิ่งใหญ่ หรือมีคุณค่ามากกว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ซึ่งน่าจะเป็นการสอนและป้องกันคำสอนผิดในเวลานั้นที่มักจะเน้นว่า ถ้าอยากมีความเชื่อที่มากกว่า ยิ่งใหญ่กว่า พิเศษกว่า ก็ต้องมีวิธีการที่พิเศษเพิ่มเติมเข้ามา

Q1  เปโตรยืนยันชัดเจนว่า ความเชื่อที่เรามีอยู่นั้นมีความเท่าเทียมกัน เพราะเราถูกเรียกและถูกเลือกโดยพระเจ้าผ่านความเชื่อในพระเยซูคริสต์ (ข้อ 3, 4, 10, 11) และเปโตรได้ให้คำแนะนำที่เราจะไม่พลาดและหลุดไปจากความเชื่อนี้ ด้วยการให้เติบโตใน 8 ด้านด้วยกันคือ? (ดูข้อ 5-7 ประกอบ)
Q2 ลองทบทวนชีวิตของคุณว่า มีการเติบโต และขาดการเติบโตในด้านใดบ้างของทั้ง 8 ด้าน อธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าที่จะเติบโตในด้านนั้นๆ

 

มีคนเคยบอกว่า คำอำลาสุดท้ายของคนที่จะจากโลกนี้ เป็นคำพูดที่สำคัญมาก เพราะเป็นคำพูดที่สะท้อนถึงความต้องการ ความปรารถนา ความความหวังสุดท้าย ที่คนที่จะจากโลกนี้ไปอยากเห็นให้เกิดขึ้น แม้ว่าดาวิดจะเป็นกษัตริย์ทิ่ยิ่งใหญ่ และรักพระเจ้าแค่ไหนก็ตาม ก็มีวันที่ท่านจะต้องจากโลกนี้ไป ซึ่งดาวิดเองก็ได้เรียกซาโลมอนมาสั่งสอนครั้งสุดท้าย

Q1  ดาวิดกำชับซาโลมอนผู้ซึ่งเป็นลูกชาย และกำลังจะเป็นกษัตริย์ในอนาคต ให้ทำสิ่งโดบ้าง? (ดูข้อ 2, 3 ประกอบ)
Q2  สมมุติว่า ถ้าวันนี้คุณจะต้องจากโลกนี้ไป คุณจะพูดอะไรกับคนที่คุณรัก โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว

ดาวิดเคยสัญญากับโยนาธานว่า จะสำแดงความรักต่อลูกหลานในตระกูลซาอูล (1 ซามูเอล 20:15-17) หลังจากที่พักจากการรบ ดาวิดได้สอบถามมหาดเล็กของตนที่ชื่อ ศิบา ว่า ยังมีลูกหลานในตระกูลของซาอูล หลงเหลืออยู่บ้างไหม ซึ่งศิบาก็ตอบว่า มีลูกของโยนาธานรอดชีวิตอยู่หนึ่งคนชื่อว่า “เมฟีโบเชท” ซึ่งเท้าเป็นง่อยเดินไม่ได้ เพราะเกิดอุบัติเหตุตอนหลบหนีสงครามเมื่ออายุได้ 5 ขวบ

Q1  แม้ว่า เมฟีโบเชท จะหวาดกลัว และไม่ค่อยเชื่อคำพูดของดาวิด (สังเกตจากคำพูดที่เรียกตัวเอง “ผู้รับใช้” ข้อ 6 “สุนัขตาย” ข้อ 8) แต่ดาวิดได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ท่านรักษาสัญญาที่มีต่อโยนาธานด้วยการกระทำของท่านอย่างไร? (ดูข้อ 9, 10, 13 ประกอบ)
Q2  คุณจะนำตัวอย่างของดาวิดในเรื่องการรักษาสัญญา ไปใช้ในชีวิตของคุณอย่างไร?

ความรักของพระเจ้าที่ทรงมีให้กับดาวิด และพงศ์พันธ์ของเขาอย่างมากมาย ทำให้ดาวิดรู้สึกว่า ตนเองไม่สมควรจะได้รับพระกรุณาของพระเจ้า ท่านจึงเข้าไปอธิษฐานส่วนตัวกับพระเจ้าในพลับพลา ซึ่งเป็นคำอธิษฐานที่น่าสนใจมาก

Q1  แม้ดาวิดจะรู้สึกว่า สิ่งที่ได้รับจากพระเจ้าจะมากเกินกว่าที่เขาควรจะได้รับ แต่ดาวิดก็ยอมรับสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ จากคำอธิษฐานของดาวิด คุณคิดว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ดาวิดยอมรับสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้? (ดูข้อ 20, 21, 22, 23 ประกอบ)
Q2  จากความตั้งใจของดาวิดเพียงคนเดียว ทำให้พระพรของพระเจ้าถูกส่งต่อไปยังลูกหลานในตระกูล  คุณจะส่งต่อความเชื่อของคุณในพระเจ้าไปยังลูกหลาน ไปยังคนในครอบครัว ไปยังคนที่คุณรักได้อย่างไร?

4615/5949