ในการใคร่ครวญ คุณจำเป็นจะต้องเข้าใจถึงภาพโดยรวมของพระคัมภีร์ตอนนั้น รวมทั้งมีจิตใจที่สงบ ดังนั้นใช้เวลานี้สงบใจลงต่อพระพักตร์ของพระเจ้า อธิษฐานขอพระเจ้าให้คุณมีสติ มีความตั้งใจ และมีความจดจ่อต่อพระวจนะของพระเจ้าที่คุณกำลังใคร่ครวญตลอดสัปดาห์นี้

Q1  อธิษฐาน และอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้า 2-3 รอบ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับบทเรียนอะไรบ้าง ค่อยๆ ปล่อยให้ความคิดของคุณไหลไปกับพระคำของพระเจ้าที่คุณได้อ่านไป
Q2  อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระคัมภีร์ตอนนี้ และขอพระเจ้าทรงช่วยเหลือคุณในการใคร่ครวญพระคัมภีร์ตอนนี้ตลอดสัปดาห์

สังคมวันนี้ตัดสินผู้คนด้วยรูปลักษณ์ และการแต่งกายจากภายนอก รวมถึงมองคุณค่าจากสิ่งที่มองเห็นมากกว่าสิ่งที่อยู่ภายใน ซึ่งสะท้อนให้เราเห็นได้จากการที่ผู้คนใช้ของแบรนด์เนม การใช้ของฟุ่มเฟือยต่างๆ รวมถึงการทำศัลยกรรมตกแต่ง เพียงเพื่อจะรู้สึกดีและเห็นว่า ตนเองมีคุณค่ามากกว่าคนอื่น

Q1  ภาพของคนฟาริสีกับคนเก็บภาษี ถ้าจะปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบันอาจจะเหมือนกับอาจารย์และภารโรงในมหาวิทยาลัย ซึ่งคนทั่วไปมักจะคิดว่า อาจารย์เป็นคนดีมากกว่าภารโรง แต่ในพระคัมภีร์ตอนนี้พระเยซูกลับบอกว่า คนเก็บภาษี (ภารโรง) เป็นคนชอบธรรม (คนดี) มากกว่าคนฟาริสี (อาจารย์) เพราะสาเหตุใด? (ดูข้อ 9, 14 ประกอบ)
Q2 วันนี้คุณตัดสินผู้คนจากรูปลักษณ์ภายนอก หรือจากจิตใจภายใน?

ในหนังสไปเดอร์แมน หรือไอ้มนุษย์แมงมุม มีคำคมหนึ่งที่ว่า “พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” ซึ่งอาจจะทำให้หลายๆ คนเข้าคิดไปว่า คนธรรมดาอย่างเรา ก็ไม่มีความรับผิดชอบอะไรที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นก็ไม่ต้องสนใจมากนักว่า จะต้องรับผิดชอบอะไร ซึ่งนี่เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะเราแต่ละคนมีความรับผิดชอบด้วยกันทุกคน

Q1  เจ้านายได้มอบเงินตะลันต์ให้กับทาสทั้ง 3 คนตามความสามารถของแต่ละคน (ทุกคนมีความสามารถ) แต่ทำไมทาส 2 คนแรกจึงได้รับคำชมเชยและรางวัล ในขณะที่ทาสคนที่ 3 กลับได้รับคำตำหนิและการลงโทษ? (ดูข้อ 24-26 ประกอบ)
Q2  อะไรคือตะลันต์ (ความสามารถ) ที่พระเจ้าให้กับคุณ และคุณรับผิดชอบตะลันต์ของคุณอย่างดีและสัตย์ซื่อเหมือนทาส 2 คนแรก หรือคุณรับผิดชอบตะลันต์ของคุณอย่างเกียจคร้านและไม่ดีเหมือนทาสคนที่ 3

มีคนบอกว่า “ถ้าเราเตรียมงานดีๆ งานก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” แต่ก็มีบางคนที่หัวหมอ พูดเสริมว่า “งั้นถ้าเราเตรียมงานดีๆ สัก 2 ครั้ง เราก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วเพราะงานเสร็จหมดแล้ว” ชีวิตคนเราในปัจจุบันมักจะหาทางออกง่ายๆ โดยไม่คิดจะวางแผนหรือเตรียมการล่วงหน้า เราจะมาดูเรื่องราวของสาวพรหมจารีสิบคนว่า จะสอนอะไรเราในเรื่องนี้บ้าง

Q1  หญิงทั้ง 10 คนต่างเป็นหญิงพรหมจารีเหมือนกัน มีตะเกียงเหมือนกัน แต่มีหญิงแค่ 5 คนที่เตรียมน้ำมันสำรองไปด้วย สิ่งนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างไร? (ดูข้อ 10-11 ประกอบ)
Q2  คุณได้เตรียมชีวิตของคุณอย่างไรบ้างสำหรับอนาคตที่จะมาถึง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน / การทำงาน / การแต่งงาน/ การมีลูก / สุขภาพ / ครอบครัว / การรับใช้ / การจากโลกนี้ไป / ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ
ปล. เนื้อหาในพระคัมภีร์ตอนนี้สอนถึง การเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับการกลับมาของพระเยซู

สังคมในปัจจุบันกำลังสอนเราแต่ละคนให้คิดให้ตัดสินใจบนความรู้สึก และความชอบของตัวเองมากขึ้น โดยไม่สนใจความถูกต้อง หรือข้อตกลงที่ได้เขียนไว้ ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ถ้าทำให้เกิดความพึงพอใจ บางทีไม่ได้สิ่งที่หวังก็แสดงออกด้วยการก่อม๊อบ ปิดถนน ทำลายข้าวของ ซึ่งบางคนก็บอกว่า นี่เป็นนิสัยใจคอของคนไทยที่ว่า “ทำอะไรตามใจคือไทยแท้”

Q1  คุณคิดว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนงานคนแรกไม่พอใจเมื่อได้รับค่าแรง? (ดูข้อ 10-14 ประกอบ)
Q2  คุณจะนำบทเรียนจากคนงานคนแรก มาปรับปรุงท่าทีในการทำงานของคุณในแต่ละวันอย่างไร?
ปล. เนื้อหาพระคัมภีร์ตอนนี้สอนถึง การคาดหวังสิ่งตอบแทน จากคำถามของเปโตรในมัทธิว 19:27 โดยพระเยซูเตือนสติพวกเขาว่า ทุกคนจะได้รับชีวิตนิรันดร์อยู่แล้ว แต่ถ้าอยากจะได้มากกว่านี้เป็นสิทธิของพระบิดา ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า ใครทำงานมากน้อยกว่ากัน หรือเป็นสาวกมานานกว่ากัน

4630/5900