วันศุกร์ที่ 27 กันยายน สดุดี 42:9-10 “ไฉนพระองค์ลืมข้าพระองค์เสีย”
9 ข้าพเจ้าทูลพระเจ้าพระศิลาของข้าพเจ้าว่า “ไฉนพระองค์ทรงลืมข้าพระองค์เสีย ไฉนข้าพระองค์จึงต้องไปอย่างเป็นทุกข์เพราะการบีบบังคับของศัตรู”
10 ปรปักษ์ของข้าพระองค์เยาะเย้ยข้าพระองค์ประดุจแผลร้ายภายในร่างของข้าพระองค์ ในเมื่อเขากล่าวแก่ข้าพระองค์เสมอๆ อยู่ว่า “พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน”
Q1 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ สัก 2–3 รอบ จนจำเนื้อหาได้ ผู้เขียนย้อนกลับมาเขียนถึงความทุกข์ใจอีกครั้งด้วยรูปแบบที่คล้ายกับข้อ 3 แต่จากคำพูดที่ว่า “ไฉนพระองค์ทรงลืมข้าพระองค์เสีย” สะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตใจของผู้เขียนว่าเป็นอย่างไร?
Q2 คุณเคยมีประสบการณ์ที่คล้ายกับผู้เขียนที่ถามพระเจ้าว่า “พระองค์อยู่ไหน” “ทำไมพระองค์ทอดทิ้งคุณ” คุณผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้อย่างไร?
วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน สดุดี 42:6-8 “ระลึกถึง”
6 จิตใจของข้าพระองค์ฝ่ออยู่ภายในข้าพระองค์ เพราะฉะนั้นข้าพระองค์จึงระลึกถึงพระองค์ ตั้งแต่แผ่นดินแห่งแม่น้ำจอร์แดนและแห่งภูเขาเฮอร์โมนตั้งแต่เนินมิซาร์
7 เมื่อเสียงน้ำแก่งตกที่ลึกก็กู่เรียกที่ลึกบรรดาคลื่นและระลอกของพระองค์ท่วมข้าพระองค์แล้ว
8 กลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์ และกลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้าเป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า
Q1 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ สัก 2–3 รอบ จนจำเนื้อหาได้ ดูเหมือนความทุกข์ใจ และความยากลำบากในชีวิตของผู้เขียนมีมากมายเหมือนกับน้ำที่ท่วมรอบตัวเขา แต่อะไรคือสิ่งที่ยังทำให้ผู้เขียนมีกำลังใจเดินหน้าต่อไป? (ดูข้อ 8 ประกอบ)
Q2 เมื่อคุณเผชิญหน้ากับความยากลำบาก คุณพยายามจัดการกับสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวคุณเองเป็นอันดับแรก หรือคุณอธิษฐานและฝากสิ่งเหล่านั้นไว้กับพระเจ้าเป็นอันดับแรก?
วันพุธที่ 25 กันยายน สดุดี 42:5 “จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย”
จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ยไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์และพระเจ้าของข้าพเจ้า
Q1 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ สัก 2–3 รอบ จนจำเนื้อหาได้ คุณคิดว่า ทำไมความหวังใจในพระเจ้า จึงช่วยจิตใจของผู้เขียนที่ฝ่ออยู่ให้ชุ่มชื่นขึ้น?
Q2 สภาพจิตใจของคุณตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ใช้เวลานี้สำรวจตัวเองและอธิษฐานกับพระเจ้าโดยใช้พระคัมภีร์ข้อนี้
วันอังคารที่ 24 กันยายน สดุดี 42:3-4 “พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน”
3 ข้าพระองค์กินน้ำตาต่างอาหารทั้งวันคืน ขณะที่คนพูดกับข้าพระองค์วันแล้ววันเล่าว่า “พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน”
4 เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชนและนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้า
ด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนาคือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง
Q1 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ สัก 2–3 รอบ จนจำเนื้อหาได้ คำว่า “พระเจ้าอยู่ที่ไหน” “ระลึกถึง” “พระนิเวศของพระเจ้า” และ “เทศกาลฉลอง” สะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตใจ และความหวังของคนที่ถูกจับเป็นเชลย ต่อพระนิเวศในกรุงเยรูซาเล็มอย่างไร?
Q2 ความปรารถนาและความหวังของผู้เขียนสดุดี หนุนใจคุณอย่างไรในการมานมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ที่จะมาถึงนี้?
วันจันทร์ที่ 23 กันยายน สดุดี 42:1-2 “กระเสือกกระสน”
1 กวางกระเสือกกระสนหาลำธารที่มีน้ำไหลฉันใด ข้าแต่พระเจ้าจิตวิญญาณของข้าพระองค์ ก็กระเสือกกระสนหาพระองค์ฉันนั้น
2 จิตวิญญาณของข้าพระองค์กระหายหาพระเจ้า หาพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ เมื่อไรข้าพระองค์จะได้มาเห็นพระพักตร์พระเจ้า
Q1 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ สัก 2–3 รอบ จนจำเนื้อหาได้ ผู้เขียนได้ใช้สภาพของภูมิประเทศที่ดินแดนส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย และภาพการดำรงชีพของกวางที่ต้องหาน้ำดื่มมาอธิบายเปรียบเทียบภาพของฝ่ายจิตวิญญาณอย่างไรบ้าง?
Q2 ลองทบทวนชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของคุณว่า คุณเป็นเหมือนกับกวางที่กระหายหาน้ำในทุกๆ วัน หรือเหมือนกับอูฐที่อดน้ำได้เป็นเดือนๆ อธิษฐานขอพระเจ้าให้คุณมีจิตใจเหมือนผู้เขียนสดุดี