จากการทำสำรวจของเว็บไซต์จัดหาคู่ พบว่า สามีที่นอกใจภรรยามักจะอยู่ในช่วงอายุ 40 ปี และแต่งงานมาแล้วนานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสองคนที่อายุมากกว่า 10 ขวบขึ้นไป ส่วนภรรยาที่มักจะนอกใจสามีตัวเองมักจะอยู่ในวัย 30 ปี แต่งงานมาแล้วประมาณห้าปีหรือน้อยกว่านั้น และมีลูกสาวอายุน้อยกว่าห้าขวบ นอกจากนี้นิตยสาร Psychology Today ยังรายงานว่า ผู้ชายร้อยละ 55-65 และผู้หญิงร้อยละ 45-55 นอกใจคู่สมรสของตัวเอง

Q1  อะไรคือผลลัพธ์ของการไม่รู้จักบังคับตนเอง และยอมให้ตนเองตกลงไปในความบาปเรื่องการล่วงประเวณี? (ดูข้อ 29, 31, 32, 33, 34 ประกอบ)
Q2  คุณได้ “ทำลายตนเอง” ในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน? อธิษฐานขอพระเจ้าช่วยเหลือคุณให้รู้จักบังคับตน และอยู่ห่างไกลจากการล่วงประเวณี

อุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้การเรียนรู้จักบังคับตนมักจะสะดุดบ่อยๆ คือ “ความเกียจคร้าน” ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาบางครั้งรุนแรงถึงชีวิต เหมือนกับนิทานเรื่อง “มดง่ามกับจักจั่น”

ในฤดูหนาววันหนึ่งพวกมดง่ามช่วยกันขนข้าวที่เปียกชื้นออกผึ่งแดด จักจั่นหิวโซตัวหนึ่งผ่านมาเห็นเข้าก็ออกปากร้องขอข้าวจากพวกมดง่ามเป็น อาหาร มดง่ามตัวหนึ่งจึงว่า “ทำไมเจ้าจึงไม่สะสมอาหารไว้ในฤดูร้อนเหมือนอย่างพวกเราเล่า?” จักจั่นตอบอย่างหน้าด้านๆ ว่า “ข้าไม่มีเวลา เพราะข้ามัวแต่ฝึกร้องเพลงอยู่น่ะซี” มดง่ามทั้งหลายพากันหัวเราะด้วยความขบขันแล้วมดง่ามตัวหนึ่งก็พูดว่า “ดีแล้ว! เมื่อเจ้ามัวฝึกร้องเพลงในฤดูหนาวนี่เจ้าก็เชิญฝึกเต้นระบำไปก่อนนะ อย่าได้มาเอ่ยปากขอข้าวจากพวกเราเลย” ดังนั้นจักจั่นจึงกลับไปด้วยความผิดหวังเพราะไม่ได้อาหารจากมดง่าม และอดอาหารตายในที่สุด

Q1 อะไรคือผลลัพธ์ของความเกียจคร้าน? (ดูข้อ 11 ประกอบ)
Q2 ความเกียจคร้านมักจะมาพร้อมกับคำพูดว่า “เดี๋ยวก่อนก็ได้” “พรุ่งนี้ค่อยทำ” คุณใช้คำพูดเหล่านี้บ่อยแค่ไหนในชีวิตของคุณ และผลลัพธ์ที่ตามมาเป็นอย่างไร? คุณจะเริ่มต้นไป “ดูมด” ได้หรือยัง?

มีสำนวนไทยกล่าวไว้ว่า “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ที่มีสติปัญญาดี แต่กลับช่วยตนเองไม่ได้ เพราะไม่สามารถที่จะนำเอาสิ่งที่รู้นั้น มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงๆ ได้ ในเรื่องของการรู้จักบังคับตนก็เช่นกัน เราไม่ได้มุ่งหวังเพียงเพื่อรู้จักวิธีการบังคับตน แต่มุ่งหวังที่จะเกิดผลจริงๆ ด้วย

Q1 คำว่า “มีวินัย” “การกระทำที่ฉลาด” “ความช่ำชอง” และ “เพิ่มพูนการเรียนรู้” ช่วยให้เราเข้าใจถึงอะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงที่ผู้เขียนต้องการจะบอกกับผู้อ่านเกี่ยวกับ “การมีปัญญา” อย่างไร?
Q2 คุณคิดว่า “การยำเกรงพระเจ้า” ช่วยให้คุณใช้สติปัญญาที่มีอยู่ในการดำเนินชีวิตอย่างไร?

อีกครั้งที่ชนชาติอิสราเอลไม่ยอมเรียนรู้จากความผิดพลาดที่พวกเขาเคยกระทำ พวกเขายังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกในเรื่องของการบ่น ซึ่งในครั้งนี้พระเจ้าส่งงูแมวเซาเข้ามาในหมู่ประชาชน และมีผู้คนเป็นอันมากถูกงูกัดและตาย

Q1  พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสทำอะไร เพื่อช่วยให้ชนชาติอิสราเอลรอดพ้นจากการลงโทษโดยให้ถูกงูแมวเซากัด? (ดูข้อ 8-9 ประกอบ)
Q2 ประชาชนรอดจากความตายด้วยการมอง “งูสัมฤทธิ์” ที่แขวนไว้ที่เสา เหมือนกับเราทั้งหลายที่รอดจากความตายฝ่ายจิตวิญญาณเหมือนที่เขียนไว้ในยอห์น 3:14-15 ว่า “14 โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น 15 เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้ชีวิต
นิรันดร์”  ใช้เวลานี้อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรอดที่คุณได้รับ และคิดว่า คุณจะนำพาคนอื่นมาเห็นพระเยซูคริสต์ได้อย่างไร?

ความดื้อดึง และไม่เชื่อฟังของชนชาติอิสราเอล มักแสดงออกด้วย “การบ่น” เป็นหลัก และที่ผ่านมาชนชาติอิสราเอลต้องจ่ายผลตอบแทนด้วยราคาแพงเสมอ แต่ในพระคัมภีร์ตอนนี้เราพบว่า ไม่เพียงชนชาติอิสราเอลจะได้รับผลกระทบ แม้แต่โมเสสเองก็ได้รับผลทางอ้อมจากการบ่นของชนชาติอิสราเอล เพราะดูเหมือนว่า โมเสสโกรธจนลืมตัว และไม่ทำตามที่พระเจ้าบอก

Q1 โมเสสได้รับผลอย่างไร เมื่อเขากระทำนอกเหนือจากพระเจ้าบอกให้ทำ? (ดูข้อ 7,10,11,12 ประกอบ)
Q2 คุณจะนำตัวอย่างของโมเสสมาใช้อย่างไรในการดำเนินชีวิตคริสเตียน โดยเฉพาะเรื่อง “การเชื่อฟัง”

4745/5947