การตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ไม่เพียงแต่จะปลดปล่อยเราจากความผิดบาป ยังเป็นแหล่งแห่งฤทธิ์เดช ที่ทำให้ชีวิตของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง และมีชีวิตใหม่ในพระเจ้าด้วย

Q1  ทำไมการตรึงตัวเองไว้กับพระคริสต์จึงเป็นแหล่งแห่งฤทธิ์ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง? (ดู ข้อ 16, 20-21 ประกอบ)
Q2  คุณจะนำหลักการจาก “การตรึงตัวเองไว้กับพระคริสต์” ไปใช้ในการดำเนินชีวิตกับพระเจ้าอย่างไร?

เปาโลได้เขียนจดหมายถึงพี่น้องที่เมืองกาลาเทียซึ่งเป็นคนต่างชาติ เนื่องจากมีคริสเตียนบางคนที่เป็นคนยิวมาสอนว่า พวกเขาซึ่งเป็นคนต่างชาติจะต้องเข้าสุหนัตและรักษาธรรมบัญญัติของชาวยิวควบคู่ไปกับความเชื่อในพระเยซูคริสต์ด้วยจึงจะได้รับความรอดที่สมบูรณ์ การตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งที่มาภายหลังไม่มีความสำคัญเท่ากับการเข้าสุหนัตและการรักษาธรรมบัญญัติ

Q1  เปาโลได้ให้เหตุผลอย่างไรที่ยืนยันว่า ไม้กางเขนเป็นแผนการแห่งความรอดของพระเจ้า? (ดู ข้อ 1-3, 13-14 ประกอบ)
Q2  ใน โคโลสี 1:20 เขียนไว้ว่า “และโดยพระองค์ (พระเยซูคริสต์) ให้สิ่งสารพัดกลับคืนดีกับพระเจ้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่ในแผ่นดินโลกหรือในสวรรค์ พระองค์ทรงทำให้มีสันติภาพด้วยพระโลหิตแห่งกางเขนของพระองค์” ช่วยให้คุณมั่นใจในแผนการแห่งความรอดที่มีมาผ่านไม้กางเขนในชีวิตของคุณได้อย่างไร?

พระเยซูคริสต์ยังใช้ภาพการแบกไม้กางเขน เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงการยอมเสียสละทุกสิ่งที่มีอยู่ เพื่อจะติดตามและเป็นสาวกของพระองค์ และพระองค์ทรงเรียกร้องให้คนที่ติดตามพระองค์จะต้องคิดให้ดี

Q1  คุณคิดว่า การที่พระเยซูคริสต์ทรงเรียกร้องให้สละสิ่งสารพัดก่อนที่จะแบกกางเขนติดตามพระองค์ เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะเหตุใด?
Q2  ทบทวนชีวิตของคุณว่า คุณได้ยอมเสียสละอะไรบ้าง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ดี หรือสิ่งที่ไม่ดี เพื่อจะแบกกางเขนติดตามพระเยซูคริสต์ และเป็นสาวกของพระองค์?

พระเยซูคริสต์รู้ว่า วันหนึ่งพระองค์จะต้องถูกตรึงและเสียชีวิตบนไม้กางเขน พระองค์จึงใช้ภาพการแบกไม้กางเขนในการเปรียบเทียบให้เห็นถึงความยากลำบากในการเป็นสาวกและติดตามพระองค์

Q1  คุณคิดว่า “การแบกไม้กางเขนตามพระเยซูคริสต์ทุกวัน” (ข้อ 23) และ “การอับอาย” (ข้อ 26) มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
Q2  สำรวจชีวิตของคุณว่า มีอะไรที่ทำให้คุณไม่สามารถแบกกางเขน (เป็นสาวก) ติดตามพระเยซูคริสต์ทุกๆ วัน? อธิษฐานขอพระเจ้าทรงเสริมกำลังคุณในเรื่องนี้

พระเยซูคริสต์ถูกตรึงบนไม้กางเขนเมื่อเวลาประมาณเที่ยง จนกระทั่งเวลาบ่ายสามโมงพระองค์จึงสิ้นพระชนม์ เป็นสามชั่วโมงแห่งความโศกเศร้าเสียใจ ผิดหวัง ท้อแท้ หมดกำลัง สำหรับผู้คนที่รักพระเยซู แต่เป็นสามชั่วโมงแห่งความสมหวัง ความยินดี ความสะใจ สำหรับกลุ่มคนที่เกลียดพระองค์ และเป็นสามชั่วโมงที่พระเยซูคริสต์ทรงสำแดงให้รู้ว่า พระองค์ทรงรัก “ทุกคน” มากแค่ไหน ซึ่งก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงร้องเสียงดังว่า “สำเร็จแล้ว” ยอห์น 19:30

Q1  ทันทีที่พระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์ มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างน้อย 3 ประการคือ? (ข้อ 51, 52, 54)
Q2  เหตุการณ์ที่ไม้กางเขน ทำให้นายร้อยและทหารพูดกันว่า “แท้จริงท่านผู้นี้เป็นพระบุตรของพระเจ้า” และสำหรับตัวคุณหละ ไม้กางเขนทำให้คุณรู้จักพระเยซูคริสต์ในฐานะอะไร?

5070/5945