จุดเริ่มต้นของ “ไม้กางเขน” ที่มีความสำคัญสำหรับเราที่เป็นคริสเตียน คือ การถูกตรึงของพระเยซูบนไม้กางเขน ดังนั้นเป็นการดีที่เราจะเริ่มต้นหาความหมายจากเหตุการณ์ที่พระเยซูคริสต์ถูกจับ และตรึงบนไม้กางเขน ซึ่งเราพบว่า พระเยซูคริสต์ถูกตรึงพร้อมกับนักโทษประหาร 2 คน ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งเมือง และอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป

Q1  ลองสมมุติว่า คุณเป็นบุคคลต่างๆ ที่อยู่รายล้อมพระเยซูคริสต์ คุณจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร? ซีโมนในข้อ 26 / ผู้หญิงในข้อ 27 / ประชาชนและขุนนางในข้อ 35 / ทหารในข้อ 36 / ผู้ร้าย 2 คนในข้อ 39-42
Q2  ในสายตาของคุณเอง คุณมองการตายของพระเยซูบนไม้กางเขนเป็นอย่างไร? เปรียบเทียบก่อนที่คุณจะเชื่อพระเจ้า และหลังเชื่อพระเจ้า

ฟาโรห์เกิดเปลี่ยนใจที่ปล่อยชนชาติอิสราเอลไป จึงยกกองทัพออกติดตามโมเสสและชนชาติอิสราเอล จนมาทันที่ทะเลแดง ชนชาติอิสราเอลต่างหวาดกลัว เพราะเบื้องหน้าคือทะเลแดง เบื้องหลังคือกองทัพอียิปต์ ทุกคนต่างคิดว่า ทุกอย่างมาถึงจุดจบแล้ว แต่โมเสสกลับมองแตกต่างออกไป กลับเรียกร้องให้อิสราเอลมีความเชื่อ และรอดูการช่วยกู้ที่มีมาจากพระเจ้า

Q1  คุณคิดว่า การที่พระเจ้าทรงกระทำให้ทะเลแดงแยกออก จนอิสราเอลเดินข้ามไปจนหมด และรอให้กองทัพอียิปต์ตามมา จึงจะให้น้ำทะเลแดงไหลกลับมาท่วมกองทัพอียิปต์ พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อย่างไร? (ดู ข้อ 13-14, 17-18, 31 ประกอบ)
Q2  อะไรคือ “ทะเลแดง” หรือ “กองทัพอียิปต์” ในชีวิตของคุณ  คุณจะให้พระเจ้ามีส่วนในการจัดการกับ “ทะเลแดง” หรือ “กองทัพอียิปต์” อย่างไร?

เส้นทางการเดินทางออกจากอียิปต์ เพื่อไปยังดินแดนแห่งพันธสัญญา (ดินแดนคะนาอัน) พระเจ้าทรงเลือกเส้นทางอ้อม เพื่อจะเตรียมอิสราเอลให้พร้อมสำหรับสงคราม ซึ่งจะต้องผ่านถิ่นทุรกันดาร (ทะเลทราย) ที่ร้อนระอุในเวลากลางวัน และความหนาวเหน็บในเวลากลางคืน นั่นจึงเป็นที่มาของเสาเมฆ และเสาเพลิง

Q1  พระคัมภีร์บันทึกว่า “เสาเมฆและเสาเพลิง มิได้คลาดจากเบื้องหน้าประชากรเลย” ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นถึงพระลักษณะของพระเจ้าในแง่มุมใดบ้าง?
Q2  ประโยคที่ว่า “เสาเมฆและเสาเพลิง มิได้คลาดจากเบื้องหน้าประชากรเลย” หนุนใจคุณอย่างไรบ้างในการดำเนินชีวิตวันนี้?

พระเจ้าทรงให้เกิดภัยพิบัติถึง 10 ประการด้วยกัน (น่าจะกินเวลารวมกันอย่างน้อย 6 เดือน) ซึ่งภัยพิบัติอย่างสุดท้าย หรือภัยพิบัติอย่างที่สิบก็คือ การสังหารบุตรชายหัวปีทุกคนในประเทศอียิปต์  ถึงแม้ว่าในภัยพิบัติทั้ง 9 ประการที่ผ่านมา ฟาโรห์จะไม่ยอมฟังเสียงของพระเจ้าก็ตาม แต่ภัยพิบัติอย่างที่สิบกลับนำมาซึ่งการปลดปล่อยจากการเป็นทาสอย่างสมบูรณ์

Q1  จากคำพูดของฟาโรห์ในข้อ 31-32 และการกระทำของประชาชนชาวอียิปต์ในข้อ 36 ช่วยให้เราเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอย่างไรบ้าง?
Q2  ทบทวนชีวิตของคุณว่า พระเจ้าทรงปลดปล่อยคุณจากความผิดบาปในเรื่องใดบ้าง อธิษฐานขอบคุณพระเจ้า และถ้ายังมีความบาปใดที่ยังติดอยู่ในชีวิตของคุณ อธิษฐานขอกำลังและมอบไว้กับพระเจ้า

เมื่อโมเสสและอาโรนไปบอกชนชาติอิสราเอลถึงการปลดปล่อยที่จะมีมาจากพระเจ้า ทุกคนต่างดีใจ แต่เมื่อทั้งคู่ไปเข้าเฝ้าฟาโรห์ และบอกให้ฟาโรห์ปล่อยชนชาติอิสราเอล ผลที่ตามมาคือ ฟาโรห์สั่งให้เพิ่มงานให้หนักมากขึ้นไปอีกสำหรับชนชาติอิสราเอล จนประชาชนต่างต่อว่าโมเสสและอาโรน แต่พระเจ้าก็ยังยืนยันที่จะให้โมเสสและอาโรนไปเข้าเฝ้าฟาโรห์อีก ซึ่งโมเสสและอาโรนก็เชื่อฟังและทำตาม

Q1  ทำไมพระเจ้าจึงทรงเรียกร้องให้โมเสสและอาโรนไปเข้าเฝ้าฟาโรห์อีก ทั้งๆ ที่ถูกปฏิเสธกลับมา แถมประชาชนอิสราเอลยังหมดความเชื่อถือในตัวของเขาทั้งสองคน? (ดู ข้อ 6:29, 7:5 ประกอบ)
Q2  ลองทบทวนดูว่า มีเหตุการณ์อะไรบ้างในชีวิตของคุณ ที่ทำให้คุณรู้ว่า “พระเจ้าคือพระเจ้าผู้เที่ยงแท้แต่องค์เดียว” ใช้เวลานี้สรรเสริญพระองค์

5075/5945