เมื่อโมเสสนำชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์ และฟาโรห์ยกกองทัพติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ซึ่งฟาโรห์จัดรถรบอย่างดี 600 คัน และรถรบทั้งหมดที่มีในอียิปต์ พร้อมทหารประจำครบทุกคันรถ เรียกว่า พร้อมจะทำลายเข่นฆ่าอิสราเอลทั้งหมด สุดท้ายอิสราเอลมาติดอยู่ระหว่างทะเลแดงและกองทัพอียิปต์ เป็นสภาวะที่เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ สิ่งนี้ทำให้อิสราเอลเกิดความกลัวยิ่งนัก จนบ่นตัดพ้อต่อว่าพระเจ้าและโมเสส (ข้อ 10-12) แต่โมเสสบอกกับประชาชนว่า “อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเจ้า ซึ่งพระองค์จะประทานให้แก่ท่านทั้งหลายในวันนี้” (ข้อ 13)

Q1 คุณคิดว่า พระเจ้าทรงทำลายล้างกองทัพของอียิปต์ และขจัดความกลัวของอิสราเอลโดยมีวัตถุประสงค์อะไร? (ดูข้อ 4, 18, 31 ประกอบ)
Q2 ลองทบทวนดูว่า ในเหตุการณ์ที่ทำให้คุณหวาดกลัว คุณได้เห็นพระเจ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้นอย่างไรบ้าง

ยาโคบกำลังเดินทางกลับมาที่บ้านเกิด และเขารู้ว่า เขาต้องพบกับเอซาวผู้เป็นพี่ชาย ซึ่งมีปัญหาเก่าที่ยังไม่ได้สะสางกันอยู่ นั้นคือ การที่ยาโคบหลอกลวงเอาพรสิทธิบุตรหัวปีไปจาก
เอซาว และขณะนี้เอซาวกำลังเดินทางมาพบตัวเขาพร้อมพวกอีก 400 คน สิ่งนี้ถึงกับทำให้ยาโคบสติแตก คิดว่า เอซาวต้องมาฆ่าตัวเองและคนในครอบครัวแน่ๆ นอกจากนี้พระคัมภีร์ยังบันทึกไว้ว่า “ยาโคบมีความกลัวและเป็นห่วงยิ่งนัก” (ข้อ 7)

Q1 ยาโคบตอบสนองต่อความกลัวที่เกิดขึ้น โดยการอธิษฐานต่อพระเจ้า ในคำอธิษฐานของยาโคบ เขาทูลขอพระเจ้าอย่างไรบ้าง? (ข้อ 9-12)
Q2 คุณมีปัญหาเก่าๆ ที่ยังไม่สะสางหรือไม่ จนทำให้ชีวิตของคุณอยู่ในความหวาดกลัว ขอให้ฟีลิปปี 4:6-7 ที่กล่าวว่า “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” เป็นจริงในชีวิตของคุณ

อับรามหรืออับราฮัมได้ชื่อว่า เป็นบิดาแห่งความเชื่อ พระเจ้าทรงเรียกท่านให้ออกจากบ้านเมือง เพื่อจะเป็นชนชาติของพระเจ้า เป็นชนชาติใหญ่ ได้รับพรมากมาย และเป็นพรสำหรับทุกประชาชาติ ท่านไม่น่าจะมีความหวาดกลัวใดๆ ในชีวิต แต่ในความเป็นจริง เราพบว่า ท่านเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพราะประโยคที่พระเจ้าตรัสกับท่านคือ “อับรามอย่ากลัวเลย…” (ข้อ 1)

Q1 ในข้อ 12 บอกกับเราว่าในขณะที่อับรามนอนหลับ ความกลัวก็ทับถมลงมาบนตัวของเขา คุณคิดว่าอับรามกลัวอะไร? (ดูข้อ 2-3, 5, 8 ประกอบ สังเกตคำพูดของอับราม หมายเหตุ-ซาราห์ภรรยาของอับรามเป็นหมัน)
Q2 ความกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับเราทุกคน แม้เราจะมีความเชื่อในพระเจ้าก็ตาม คุณมีความกลัวเรื่องใดในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงบ้าง อธิษฐานมอบสิ่งนั้นไว้กับพระเจ้า

ดาวิดผู้ซึ่งเขียนสดุดีบทนี้ ได้บรรยายถึงความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นจากสงคราม ที่ตัวของเขาถูกรายล้อมไปด้วยศัตรูที่พร้อมจะเข้ามาทำลายชีวิตของเขา แต่สุดท้ายเขาก็สามารถเอาชนะความกลัวได้

Q1 ท่ามกลางความหวาดกลัว ดาวิดขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า คือ “การได้มองเห็นพระองค์” สิ่งนี้ทำให้ดาวิดหายกลัวได้อย่างไร? (ดูข้อ 4-6 ประกอบ)
Q2 คุณรู้หรือไม่ว่า พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งในยามที่คุณหวาดกลัว อยู่ที่ว่า คุณให้ความกลัวอยู่ตรงหน้าคุณ หรือคุณให้พระเจ้าอยู่ตรงหน้า

งานอภิบาลศิษย์ เป็นงานที่สร้างคน และไม่ใช่งานที่จะเห็นผลภายใน 1-2 ปี แต่จะเห็นผลในระยะยาว 5-10 ปีขึ้นไป ซึ่งชีวิตของทิโมธีเองก็สะท้อนให้เห็นถึงความจริงในเรื่องนี้ เพราะกว่าที่ชีวิตของท่านจะเกิดผล แม่และยายต้องใช้เวลานานนับสิบปีในการถ่ายทอดความเชื่อให้กับทิโมธี

Q1 คำว่า “ขะมักเขม้นทั้งที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส” “อดทนเสมอในการสั่งสอน” “จงหนักแน่นมั่นคง” “อดทนต่อความยากลำบาก” สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการทำงานอภิบาลศิษย์อย่างไร?
Q2 ใช้เวลานี้อธิษฐานเผื่อคนที่ทำหน้าที่อภิบาลศิษย์ในคริสตจักรของคุณ ทั้งศิษยาภิบาล อาจารย์ ครูสอนรวีฯ และพี่เลี้ยง

5085/5895