เมืองอันทิโอกเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งในแค้วนปิสิเดีย เป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรโรมัน  และเมืองนี้เป็นที่มีคนยิวอาศัยอยู่มากที่สุด ดังนั้นจะไม่แปลกใจที่พระคัมภีร์บันทึกว่า เปาโลและพวกของท่านเดินทางเข้าไปนั่งในธรรมศาลาในวันสะบาโต (ข้อ 14)

Q1 สิ่งที่เปาโลทำที่เมืองอันทิโอกแตกต่างจากที่เกาะไซปรัสอย่างสิ้นเชิง เปาโลใช้เวลาเป็นเวลานานในการที่อธิบายพระคัมภีร์โดยเริ่มตั้งแต่การเป็นทาสในอียิปต์ การเดินทางในถิ่นทุรกันดาร ยุคผู้วินิจฉัย ซามูเอล ยุคกษัตริย์ซาอูล ดาวิด ก่อนที่จะมาจบที่พระเยซูคริสต์ โดยอ้างถึงยอห์นผู้ให้บัพติสมา และคำพยากรณ์ต่างๆ ที่เล็งถึงพระเยซูคริสต์ คุณคิดว่า ทำไมเปาโลจึงทำเช่นนั้น? (ดูข้อ 16, 26, 42-43 ประกอบ)
Q2 ในการประกาศข่าวประเสริฐ เราต้องเรียนรู้ที่จะประกาศเหมือนที่เขียนไว้ใน โคโลสี 4:5-6 ว่า “จงปฏิบัติกับคนภายนอกด้วยใช้สติปัญญา โดยฉวยโอกาส จงให้วาจาของท่านประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอ ปรุงด้วยเกลือให้มีรส เพื่อท่านจะได้รู้จักตอบให้จุใจแก่ทุกคน”

เกาะไซปรัสเป็นเกาะที่อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไม่ห่างไกลจากเมืองอันติโอก โดยที่เกาะแห่งนี้มีคริสเตียนหลายคนไปอาศัยอยู่ที่นั่น เพราะเหตุการณ์ข่มเหงอันเนื่องมาจากสเตเฟน (กิจการ 8:1-4; 11:19-20) แม้แต่ยอห์นก็ยังหนีมาอาศัยอยู่ที่นี่ (ข้อ 5) ซึ่งในเกาะไซปรัสนี้ก็มีเมืองต่างๆ กระจายอยู่ทั่วเกาะ โดยเมืองแรกที่เปาโลทำการประกาศคือเมืองปาโฟส ซึ่งเป็นหัวเมืองของอาณาจักรโรม โดยในเมืองนี้มีการนับถือรูปเคารพ และมีการเน้นเรื่องของการทำวิทยาคม ไสยศาสตร์ต่างๆ

Q1 ผู้ว่าราชการเมืองเชิญบารนาบัส และเซาโล (เปาโล) มาเพื่อจะฟังพระวจนะของพระเจ้า แต่เปาโล กลับทำการอัศจรรย์ด้วยการทำให้เอลีมาสคนทำวิทยาคมตาบอด คุณคิดว่าทำไมเปาโลจึงทำเช่นนั้น? (ดูข้อ 12 ประกอบ)
Q2 การประกาศข่าวประเสริฐอาจจะมี “รูปแบบในการประกาศ” ที่แตกต่างกันไป แต่เราต้องไม่ลืมว่าเนื้อหาของข่าวประเสริฐมีเพียงเรื่องเดียวคือ “ความรอดที่มีมาทางพระเยซูคริสต์”

ความกลัวบางครั้งเกิดขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิต จนเราปรับตัวไม่ทัน ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร บางทีเป็นการสูญเสียคนที่รักอย่างกะทันหัน โดนปลดออกจากงานโดยไม่รู้ตัว เจ็บป่วยจนต้องนอนอยู่โรงพยาบาล ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถดำเนินชีวิตเหมือนเดิมได้ เป็นต้น เหมือนกับผู้เขียนสดุดีบทนี้ที่ใช้ภาพของแผ่นดินไหว คลื่นใหญ่ในทะเล ความอลม่านของสงคราม บอกถึงความหวาดกลัวจากการเปลี่ยนแปลง

Q1 คำแนะนำในข้อ 1 และ ข้อ 10 ช่วยให้ผู้เขียนหลุดพ้นจากความกลัวที่เกิดจากเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?
Q2 อธิษฐานขอพระเจ้าประทานความสงบในใจให้กับคุณ เพียงพอที่จะชนะความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ และจงจำไว้ว่า ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไป แต่พระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลง

สดุดีบทนี้เขียนขึ้นโดยดาวิด ซึ่งบรรยายถึงช่วงเวลาที่ท่านหนีจากการตามล่าของซาอูล จนถึงขั้นต้องแกล้งทำเป็นคนบ้า เพื่อเอาตัวรอด (1 ซามูเอล 21:13-15)  แต่สุดท้ายพระเจ้าก็ช่วยให้ดาวิดหลุดพ้นจากความหวาดกลัว จนดาวิดไม่สามารถหยุดสรรเสริญพระเจ้าได้ (ข้อ 1)

Q1 ในข้อ 4-6, 10 ดาวิดได้บรรยายถึงความทุกข์ ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างไรบ้าง? (สังเกตคำว่า “ความกลัวทั้งสิ้น” “เพ่งดูข้าพระองค์ และเบิกบาน” “คนจน” “ยากลำบาก” “สิงห์หนุ่มขาดแคลนอาหาร”)
Q2 อธิษฐานขอพระเจ้าให้เปลี่ยนความกลัวจนแทบบ้าในชีวิตของคุณ ให้กลายเป็นคำสรรเสริญเหมือนกับดาวิด

ดูเหมือนว่า ในเหตุการณ์ที่เกิดกับเปโตรและเพื่อนสาวก ที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับลมพายุ ไม่ได้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวสักเท่าไร อาจจะเป็นเพราะเปโตร และสาวกบางคนคุ้นเคยกับสถานการแบบนี้อยู่แล้ว เพราะพวกเขาเคยมีอาชีพเป็นชาวประมงมาก่อน

Q1 สิ่งที่ทำให้เปโตรและสาวกหวาดกลัวคือสิ่งใด? (ดูข้อ 26-31 ประกอบ)
Q2 คุณมีความกลัว เพราะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย หรือต้องทำอะไรที่ยังไม่เคยทำหรือไม่ จงจำไว้ว่า พระเยซูคริสต์ทรงยื่นมือออก และพร้อมที่จะฉุดคุณออกมาจากความกลัวนั้นๆ

5080/5895