พระเจ้าตรัสว่า “ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่คนเดียว เราจะสร้างคู่อุปถัมภ์**@ที่สมกับเขาขึ้น”

Q1 อะไรคือ “เหตุผล” ที่ทำให้พระเจ้าทรงตรัสว่า “ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่คนเดียว”? (ดู “หมายเหตุ” และ ดูคำหลัง @ ประกอบ)
Q2 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ 2-3 รอบ ถ้าคุณยังไม่มีแฟน อธิษฐานฝากเรื่องคู่พระพรของคุณไว้กับพระเจ้า ถ้าคุณมีแฟนแต่ยังไม่แต่งงาน อธิษฐานขอพระเจ้าทรงนำและเตรียมคุณทั้งคู่จนถึงวันแต่งงาน ถ้าคุณแต่งงานแล้ว อธิษฐานขอให้คุณทั้งคู่เป็นคู่อุปถัมภ์ซึ่งกันและกันในทุกๆ เรื่อง แม้บางครั้งจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันก็ตาม (ดู อาโมส 3:3 ประกอบ)
หมายเหตุ: “อุปถัมภ์”** หมายถึง “การค้ำจุน การค้ำชู การสนับสนุน การเลี้ยงดู”อาโมส 3:3 สองคนจะเดินไปด้วยกันได้หรือ นอกจากทั้งสองจะได้ตกลงกันไว้ก่อน


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  กันดารวิถี 34-36   มาระโก 9:30-50

มีฤดูกาล(เวลา)สำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์

Q1 พระคัมภีร์ข้อนี้ได้บอกถึง “ความจริง” เกี่ยวกับ “ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง” ที่จะ “เกิดขึ้น” ในโลกใบนี้อย่างไร? (สังเกตคำหลังคำว่า “มี” และ ดู ปัญญาจารย์ 3:2-4 ประกอบ)
Q2 อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ 2-3 รอบ สงบใจอธิษฐานฝากเรื่องราวต่างๆ ที่คุณกังวล และรอคอยอยู่ ขอพระเจ้าทรงตอบคุณในเวลาที่เหมาะสมของพระองค์ (ดู ฮาบากุก 2:3 ประกอบ)
หมายเหตุ: ปัญญาจารย์ 3:2-4 2 มีวาระเกิด และวาระตาย มีวาระปลูก และวาระถอนสิ่งที่ปลูกทิ้ง 3 มีวาระฆ่า และวาระรักษาให้หาย มีวาระรื้อทลายลง และวาระก่อสร้างขึ้น 4 มีวาระร้องไห้ และวาระหัวเราะ มีวาระไว้ทุกข์ และวาระเต้นรำ  ฮาบากุก 2:3 เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่ มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จ มันไม่มุสา ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่ คงไม่ล่าช้านัก


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  กันดารวิถี 31-33   มาระโก 9:2-29

เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่า ถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกัน
ขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด @พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้

ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนๆ ในนามของเรา @เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น”

Q1 พระเยซูคริสต์ทรงให้ “สัญญา” เกี่ยวกับ “การอธิษฐาน” และ “การประชุม” ของเหล่าผู้ที่เชื่อในพระองค์อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คำว่า “สองสามคน” “ร่วมใจกัน” และ “ประชุมกัน” หนุนใจคุณในการเข้าร่วมประชุมอธิษฐาน การเข้ากลุ่มเซล หรือ การเข้ากลุ่มแบ่งปัน ที่มีจำนวนคนน้อยๆ อย่างไร? (ดู 1 เธสะโลนิกา 5:11 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 เธสะโลนิกา 5:11 เหตุฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้น ตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  กันดารวิถี 28-30   มาระโก 8:22-9:1

พระองค์ (พระเยซูคริสต์) ทรงเป็นแหล่งชีวิต
และชีวิตนั้น (พระเยซูคริสต์) เป็นความสว่างของมนุษย์
ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่

Q1 คำว่า “แหล่งแห่งชีวิต” “ความสว่างของมนุษย์” “ส่องเข้าไปในความมืด” และ “หาได้ชนะความสว่างไม่” ช่วยให้เราเห็นถึง “ความสำคัญ” ของ “พระเยซูคริสต์” ที่มีต่อผู้ที่เชื่อในพระองค์อย่างไร? (ดู ยอห์น 8:12 ประกอบ)
Q2 “พระเยซูคริสต์” ทรงเป็น “แหล่งแห่งชีวิต” และเป็น “ความสว่าง” ในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 11:28 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยอห์น 8:12 อีกครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต”มัทธิว 11:28 บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  กันดารวิถี 26-27   มาระโก 8:1-21

แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆ ได้ เป็นภาษามนุษย์ก็ดี เป็นภาษาทูตสวรรค์ก็ดี
@แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าเป็นเหมือนฆ้องหรือฉาบที่กำลังส่งเสียง
แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวงและมีความรู้ทั้งสิ้น
และมีความเชื่อมากยิ่งที่สุดพอจะยกภูเขาไปได้ @แต่ไม่มีความรัก
ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย แม้ข้าพเจ้าจะสละของสารพัดหรือยอมให้เอาตัวข้าพเจ้าไปเผาไฟเสีย
@แต่ไม่มีความรัก จะหาเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าไม่

Q1 อะไรคือสิ่งที่ทำให้ “การพูดภาษาแปลก” “การเผยพระวจนะ” “ความเชื่อ” และ “การเสียสละ” มี “คุณค่า”? (สังเกตคำหลังคำว่า “แต่”)
Q2 คุณจะนำเอา “ความจริง” ของพระคัมภีร์ตอนนี้ไปใช้ในการตัดสินใจเลือก “ทำด้วยความรัก” มากกว่า “ทำเพื่อผลประโยชน์” อย่างไร? (ดู กาลาเทีย 5:13 ประกอบ)
หมายเหตุ: กาลาเทีย 5:13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  กันดารวิถี 23-25  มาระโก 7:14-37

1155/5790