ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด

Q1 คริสเตียนควรจะมี “ความเชื่อ” “ความหวังใจ” และ “ความรัก” แต่ทำไมความรักจึง “ใหญ่ที่สุด”? (ดู 1 โครินธ์ 13:2 ประกอบ)
Q2 “ความรัก” จะมีส่วนทำให้คุณเติบโตใน “ความเชื่อ” และมี “ความหวังใจ” ในพระเจ้าอย่างไร? (ดู มาระโก 12:29-31 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 โครินธ์ 13:2  แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวงและมีความรู้ทั้งสิ้น และมีความเชื่อมากยิ่งที่สุดพอจะยกภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย
มาระโก 12:29-3129 พระเยซูจึงตรัสตอบคนนั้นว่า “ธรรมบัญญัติเอกนั้นคือว่า โอ ชนอิสราเอลจงฟังเถิด พระเจ้าของเราทั้งหลายทรงเป็นพระเจ้าเดียว  30 และพวกท่านจงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน ด้วยสุดความคิดและด้วยสิ้นสุดกำลังของท่าน 31 และธรรมบัญญัติที่สองนั้นคือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ธรรมบัญญัติอื่นที่ใหญ่กว่าธรรมบัญญัติทั้งสองนี้ไม่มี”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  โยชูวา 10-12  ลูกา 1:39-56

เหตุฉะนั้นเมื่อท่านได้รับพระเยซูคริสตเจ้าแล้วฉันใด @จงปฏิบัติพระองค์ด้วยฉันนั้น

Q1 การ “รู้จัก” และ “ต้อนรับพระเยซูคริสต์” เป็นพระผู้ช่วยให้รอดเป็น “สิ่งสำคัญ” แต่ “สิ่งดีงาม” ที่ควรจะเกิดขึ้นตามมาคือสิ่งใด? (สังเกตคำหลังคำว่า “จง”)
Q2 คุณจะแสดงให้คนอื่นรู้ว่า “คุณได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด” ได้อย่างไร? (ดู ยอห์น 14:15 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยอห์น 14:15 “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  โยชูวา 7-9   ลูกา 1:26-38

ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัล 
ซึ่งในพระเยซูคริสต์พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบน (สวรรค์) ให้เราไปรับ

Q1 คำว่า “กำลังบากบั่นมุ่งไป” เกี่ยวข้องกับคำว่า “หลักชัย” และ “การได้รับรางวัล” จากเบื้องบนอย่างไร? (ดู ฟีลิปปี 3:20-21 ประกอบ)
Q2 พระคัมภีร์ข้อนี้ “หนุนใจ” คุณในการดำเนินชีวิตคริสเตียน และรักษาความเชื่อตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา หรือวันที่คุณจากโลกใบนี้ไปอย่างไร?
หมายเหตุ: ฟีลิปปี 3:20-2120 แต่บ้านเมืองของเรานั้นอยู่ที่สวรรค์ เรารอคอยผู้ช่วยให้รอด ซึ่งจะเสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูคริสตเจ้า 21 พระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงกายอันต่ำต้อยของเรา ให้เหมือนพระกายอันทรงพระสิริของพระองค์ ด้วยฤทธานุภาพซึ่งทำให้พระองค์ปราบสิ่งสารพัดลงใต้อำนาจของพระองค์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  โยชูวา 4-6   ลูกา 1:1-25

ฝ่ายข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า และพระเจ้าจะทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด
ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง ข้าพเจ้าร้องทุกข์และคร่ำครวญ
และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า

Q1 คำพูดที่ว่า “ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง” แสดงให้เห็นถึง “ความทุกข์” ของผู้เขียนสดุดีอย่างไร?
Q2 คำพูดที่ว่า “และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า” หนุนใจคุณใน “การอธิษฐาน” และเผชิญหน้ากับ “ความทุกข์ลำบาก” ที่คุณมีอยู่ในชีวิตตอนนี้อย่างไร? (ดู สดุดี 27:1 ประกอบ)
หมายเหตุ:  สดุดี 27:1 พระเจ้าทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งแห่งชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องเกรงใคร


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  โยชูวา 1-3   มาระโก 16

เพราะเหตุที่พระองค์ (พระเยซูคริสต์) @ได้ทรงทนทุกข์ทรมาน
และ@ถูกลองใจ พระองค์@จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกลองใจได้

Q1 พระคัมภีร์ข้อนี้สนับสนุนคำพูดที่ว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเข้าใจคุณ” อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คำพูดที่ว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเข้าใจคุณ” เป็นจริงในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 11:28 ประกอบ) หมายเหตุ: มัทธิว 11:28 บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เฉลยธรรมบัญญัติ 32-34  มาระโก 15:21-47

1160/5812