ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์ทำตามพระทัยของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์

ขอพระวิญญาณประเสริฐของพระองค์ ทรงนำข้าพระองค์ไปตามวิถีราบ

Q1 ผู้เขียนสดุดีต้องให้พระเจ้า “สอน” และ “นำ” ในเรื่องใด?
Q2 คำว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์” มีผลต่อการกระทำตาม “คำสอน” และ “การทรงนำ” ของพระเจ้าในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู ลูกา 6:46-49 ประกอบ)

หมายเหตุ: ลูกา 6:46-49  46 “เหตุไฉนท่านทั้งหลายจึงเรียกเราว่า ‘พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า’ แต่ไม่กระทำตามที่เราบอกนั้น 47 ทุกคนที่มาหาเราและฟังคำของเรา และกระทำตามคำนั้น เราจะแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า เขาเปรียบเหมือนผู้ใด 48 เขาเปรียบเหมือนคนหนึ่งที่สร้างตึก เขาขุดลึกลงไปแล้วตั้งรากบนศิลา และเมื่อน้ำมาท่วม กระแสน้ำไหลเชี่ยวกระทบกระทั่ง แต่ทำให้หวั่นไหวไม่ได้ เพราะได้สร้างไว้มั่นคง 49 ส่วนคนที่ได้ยินและมิได้กระทำตาม เปรียบเหมือนคนหนึ่งที่สร้างตึกบนดินไม่ก่อราก เมื่อกระแสน้ำไหลเชี่ยวกระทบกระทั่งตึกนั้น ตึกนั้นก็พังทลายลงทันที และความพินาศของตึกนั้นก็ใหญ่ยิ่งนัก”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 94-96  โรม 15:14-33

เหตุฉะนั้นผู้ใดที่​ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา (พระเยซูคริสต์) และ​ประพฤติตาม
เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา
ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น
แต่เรือนมิได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา

Q1 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ก็ต่อเมื่อผู้ฟังได้ทำสิ่งใด?
Q2 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” เป็นประโยชน์ในชีวิตของคุณมากน้อยแค่ไหน? อะไรคือ อุปสรรคที่ทำให้คำสอนของพระเยซูคริสต์ไม่เกิดผลในชีวิตของคุณ อธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้า เพื่อคุณจะสามารถทำตามคำสอนของพระเยซูคริสต์ได้


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 91-93  โรม 15:1-13

พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์
และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์

Q1 คำว่า “เป็นโคมสำหรับเท้า” และ “เป็นความสว่างแก่มรรคา (ทาง)” สะท้อนให้เห็นถึง “บทบาท” ของ “พระวจนะของพระเจ้า” ที่มีต่อการดำเนินชีวิตของผู้ที่เชื่ออย่างไร?
Q2 คุณได้ใช้ “พระวจนะของพระเจ้า” ในการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 4:4 ประกอบ)

หมายเหตุ: มัทธิว 4:4 ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 89-90  โรม 14

พระเจ้าจึงตรัสถามคาอินว่า “เจ้าโกรธเคืองหน้าบูดบึ้งอยู่ทำไม
ถ้าเจ้าทำดี เราก็จะพอใจรับเจ้ามิใช่หรือ

ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า
เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้”

Q1 พระเจ้าไม่ได้บอกให้คาอิน “ห้ามโกรธ” แต่พระองค์กำลัง “เตือนสติ” คาอินในเรื่องใด? (สังเกตคำหลังคำว่า “ถ้า” และ ดู เอเฟซัส 4:26 ประกอบ)
Q2 มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้คุณต้อง “โกรธเคืองหน้าบูดบึ้ง” อยู่ในเวลานี้ คุณจะนำ “คำเตือนสติ” จากพระคัมภีร์ตอนนี้ไปใช้จัดการกับเรื่องเหล่านั้นอย่างไร?

หมายเหตุ: เอเฟซัส 4:26 “จะะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 87-88  โรม 13

บุคคลที่พบภรรยาก็พบของดี และได้ความโปรดปรานจากพระเจ้า

Q1 วันนี้เป็น “วันแม่” คำว่า “พบของดี” และ “ได้ความโปรดปราน” ปรากฏอยู่ในตัวของ “ภรรยา” ของคุณ หรือ “คุณแม่” ของคุณ และเขียนออกมา
Q2 ใช้เวลานี้อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับ “ภรรยา” ของคุณ หรือ “คุณแม่” ของคุณ หรือหาเวลาไปเยี่ยมคุณแม่ของคุณ ถ้าท่านไม่ได้พักอาศัยอยู่กับคุณ หรือโทรไปหาท่าน เพื่อพูดคุยและอธิษฐานเผื่อท่าน


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  สดุดี 84-86  โรม 12

1545/5980