ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์
เพราะพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว
พระราชกิจของพระองค์อัศจรรย์ พระองค์ทรงทราบข้าพระองค์ดี

Q1 คำว่า “แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว”*** และ “อัศจรรย์” ทำให้รารับรู้ได้ถึง “ความรักและความดีงาม” ที่พระเจ้าทรงสร้างเรา (มนุษย์) ทุกคน อย่างไร? (ดู ปฐมกาล 1:27 ประกอบ)
Q2 ลองส่องกระจกดูตัวเอง สลับกับการอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ช้าๆ 2-3 รอบ อธิษฐานขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์สร้างคุณมาอย่างพิเศษ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน พระเจ้าทรงสร้างคุณอย่างมีคุณค่ามากกว่าสิ่งใดในโลกนี้
หมายเหตุ: *** แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว ในที่นี้หมายถึง “เกินความรู้ ความเข้าใจของมนุษย์”
ปฐมกาล 1:27 พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        เลวีนิติ 4-5             มัทธิว 24:36-51

พระเจ้าผู้ไถ่ของเจ้า องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า
“เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า @ผู้สั่งสอนเจ้าเพื่อประโยชน์ของเจ้า
@ผู้นำเจ้าในทางที่ควรเจ้าจะไป

Q1 สิ่งที่พระเยโฮวาห์จะทรงกระทำต่อชนชาติอิสราเอลมี 2 ประการ คือ (สังเกตคำหลังคำว่า ผู้…)
Q2 ถ้าพระเจ้าทรงกระทำกับคุณเหมือนกับที่พระองค์ทรงกระทำต่ออิสราเอลทั้ง 2 ประการ ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง?

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        เลวีนิติ 1-3             มัทธิว 24:1-35

โดยความเชื่อนี้เอง เราจึงเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างกัลปจักรวาล ด้วยพระดำรัสของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่ไม่ปรากฏให้เห็น

Q1 “ความเชื่อ” มีส่วนให้เรามั่นใจ และเข้าใจว่า “พระเจ้าทรงสร้างโลกนี้” อย่างไร? (ดู ฮีบรู 11:1 ประกอบ)
Q2 การเชื่อและการเข้าใจว่า “พระเจ้าทรงสร้างโลกนี้” มีผลต่อความมั่นใจว่า “พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างชีวิตของคุณ” และเข้าใจถึง “สิ่งที่มองไม่เห็น (อนาคตของคุณ) กลายเป็นสิ่งที่มองเห็น” อย่างไร? (ดู โรม 8:28 ประกอบ)
หมายเหตุ: ฮีบรู 11:1 ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง
โรม 8:28 เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 39-40         มัทธิว 23:23-39

พระองค์ (พระเยซูคริสต์) ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์
ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่

Q1 คำว่า “แหล่งแห่งชีวิต” “เป็นความสว่าง” “ส่องเข้ามาในความมืด” และ “ความมืดหาได้ชนะความสว่าง” ช่วยให้เราเห็นถึง “ชีวิตของคนที่เชื่อและไว้วางใจในพระเยซูคริสต์” อย่างไร? (ดู โรม 13:12-14 ประกอบ)
Q2 “ชีวิตของคุณ” ได้สะท้อนให้คนรอบๆ ได้เห็นถึง “ชีวิตและความสว่างของพระเยซูคริสต์” ในแง่มุมใดบ้าง?
หมายเหตุ: โรม 13:12-14 12 กลางคืนล่วงไปมากแล้ว และรุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา เราจงเลิกการกระทำของความมืด และจงสวมเครื่องอาวุธของความสว่าง 13 เราจงประพฤติตัวให้เหมาะสมกับเวลากลางวัน มิใช่เลี้ยงเสพสุราเมามาย มิใช่หยาบโลนลามก มิใช่วิวาทริษยากัน 14 แต่ท่านจงประดับกายด้วยพระเยซูคริสตเจ้า และอย่าจัดเตรียมอะไรไว้บำรุงบำเรอตัณหาของเนื้อหนัง

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 36-38         มัทธิว 23:1-22

คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้
@เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม

Q1 “ความซาบซึ้งในความรักของพระเจ้า” ส่งผลกับการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณอย่างไร? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู เอเฟซัส 4:13 ประกอบ)
Q2 ใช้เวลานี้ทบทวนถึง “ความรักของพระเยซูคริสต์” ที่มีในชีวิตของคุณ และอธิษฐานขอการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณที่คุณอยากมีต่อพระเจ้า
หมายเหตุ: เอเฟซัส 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์

อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี        อพยพ 34-35         มัทธิว 22:23-46

1550/5796