เราไม่ทราบแน่ชัดว่า เปาโลแต่งงานหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ตามธรรมเนียมแล้ว อาจารย์ชาวยิวที่เคร่งศาสนามักจะแต่งงานเมื่ออายุ 18 ปี แต่ในเวลานี้เรารู้ว่า เปาโลอยู่คนเดียว ซึ่งอาจเป็นเพราะภรรยาเสียชีวิต หรือหย่าร้าง หรือมีการตกลงกัน ทำให้เปาโลกล่าวในข้อ 8 ว่า การที่พี่น้องคนอื่นจะอยู่เหมือนข้าพเจ้าก็ดีแล้ว คือ อยู่เป็นโสด ละเว้นจากเรื่องเพศ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานั้นคือ ถ้าคนที่แต่งงานแล้ว แต่คู่สมรสเสียชีวิต ควรจะแต่งงานใหม่หรือไม่

Q1  เปาโลได้ให้หลักการอย่างไรสำหรับผู้ที่คู่สมรสเสียชีวิต แล้วต้องการจะแต่งงานใหม่?
Q2  พระเจ้าไม่ได้พอพระทัย “ชีวิตแต่งงาน” มากกว่า “ชีวิตเป็นโสด” หรือ พอพระทัย “ชีวิตเป็นโสด” มากกว่า “ชีวิตแต่งงาน” แต่พระองค์ทรงพอพระทัยชีวิตที่บริสุทธิ์ ใช้เวลาอธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิตที่บริสุทธิ์ของคุณไม่ว่าจะเป็นชีวิตแต่งงาน หรือ ชีวิตเป็นโสด
หมายเหตุ  สามารถ อ่าน 2 โครินธ์ 7:25-39 เพิ่มเติม

สภาพสังคมที่เต็มไปด้วยการล่วงประเวณี ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ในเรื่องเพศ การแต่งงาน การหย่าร้าง การอยู่เป็นโสด รวมถึงการแต่งงานใหม่ ทำให้คริสตจักรเองก็เกิดความสงสัยว่า การมีหรือละเว้นการมีเพศสัมพันธ์นั้นจะส่งผลดีกว่ากัน เนื่องจากมีคำสอนกันในเวลานั้นว่า “การที่ผู้ชายไม่ข้องแวะกับผู้หญิงเลยก็ดีแล้ว” (ข้อ 1)

Q1  เปาโลมองว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์ แต่ต้องใช้ให้ถูกต้องภายใต้กรอบของเรื่องใด? (ดูข้อ 2-4 ประกอบ)
Q2  “เพื่อมิให้ซาตานชักจูงให้ทำผิด (เรื่องเพศ) เพราะตัวอดไม่ได้” ถ้าคุณเป็นคนโสด อธิษฐานขอกำลังและสติปัญญาจากพระเจ้าที่คุณจะรอคอยจนถึงเวลาที่เหมาะสม ถ้าคุณแต่งงานแล้ว อธิษฐานขอพระเจ้าให้คุณสามารถจัดการอย่างเหมาะสม และทำให้คู่ของคุณมีความชื่นชมยินดีในเรื่องนี้
หมายเหตุ  สามารถ อ่าน 2 โครินธ์ 7:25-39 เพิ่มเติม

เรื่องของ “อิสระ” และ “เสรีภาพ” มักก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอยู่เสมอ เพราะทุกคนต่างก็คิดว่า ตนเองมีสิทธิ เสรีภาพ และอิสระที่จะกระทำสิ่งใดก็ได้ การล่วงประเวณีก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในสังคมเวลานั้น รวมถึงแนวความเชื่อผิดๆ ที่สอนว่า ร่างกายและจิตวิญญาณเป็นส่วนที่แยกกัน ทำให้มีคริสเตียนบางคนทำในสิ่งที่ผิด และคิดว่า ไม่ส่งผลอะไรต่อจิตวิญญาณและผู้อื่น โดยอ้างว่า เป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัว

Q1  เปาโลได้ให้เหตุผลอย่างน้อย 6 ประการด้วยกันในการที่จะหลีกเลี่ยงจากการล่วงประเวณี? (ดูข้อ 12, 13, 15, 17, 19, 20 ประกอบ)
Q2  “ข้าพเจ้าทำสิ่งสารพัดได้ ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์” ช่วยให้คุณมีมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการมีอิสระและเสรีภาพของคุณที่จะกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตของคุณอย่างไร?

อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในคริสตจักรเมืองโครินธ์ คือ การฟ้องร้องพี่น้องที่กระทำผิดที่ศาล ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ เพราะมีการโกงกัน (ข้อ 8) แต่เปาโลไม่เห็นด้วยที่จะตัดสินความขัดแย้งระหว่างพี่น้องด้วยการฟ้องร้อง และให้คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเป็นคนตัดสิน

Q1  เปาโลได้ให้คำแนะนำอย่างไรบ้างต่อปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งต่อพี่น้องที่ถูกโกง และพี่น้องที่โกงคนอื่น? (ดูข้อ 7, 11 ประกอบ)
Q2  การฟ้องร้องอาจจะทำให้คุณเป็นฝ่ายชนะ แต่การเป็น “คนฉ้อโกง” จะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า (ข้อ 10) ความจริงในเรื่องนี้ช่วยเตือนสติของคุณอย่างไรบ้าง?

ปัญหาการล่วงประเวณีเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งในเมืองโครินธ์ และดูเหมือนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในคริสตจักรเมืองโครินธ์เลวร้ายยิ่งกว่าคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเสียอีก เพราะมีพี่น้องคริสเตียนคนหนึ่งได้รับเอาภรรยาของบิดามาเป็นภรรยาของตน (น่าจะเป็นภรรยาน้อย) แถมยังมาโอ้อวดอีก และทางคริสตจักรก็เพิกเฉยไม่จัดการกับปัญหานี้ เปาโลได้แนะนำให้มอบคนที่ทำผิดไว้ให้ซาตานทำลายเนื้อหนังเสีย เพื่อให้จิตวิญญาณของเขารอดในวันของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 5) ซึ่งน่าจะหมายความว่า ให้ตัดคนที่ทำผิดออกจากสามัคคีธรรมของคริสตจักร (ข้อ 2) ไม่ให้คบหาสมาคมด้วย (ข้อ 11) ไม่ให้มีส่วนร่วมในพิธีมหาสนิท และรอคอยจนกว่าคนนั้นจะกลับใจใหม่และกลับมา

Q1  ทำไมเปาโลให้คำแนะนำเพื่อลงโทษคนที่กระทำผิดค่อนข้างจะรุนแรงและเด็ดขาด? (ดูข้อ 1, 6-8, 12 ประกอบ)
Q2  คุณจะหลีกเลี่ยงความผิดบาปในเรื่องการล่วงประเวณีไม่ให้เกิดขึ้นในชีวิตของคุณอย่างไร?

4840/5947